นั่งสมาธินานๆ แล้วปวดขา

ถาม : เวลานั่งสมาธินานๆ แล้วพอถึงจังหวะหนึ่ง ปวดขามาก ควรจะข้ามไปให้ผ่านหรือว่าถอยกลับมาดี

พระอาจารย์ : ถ้าเราอยากจะนั่งต่อ เราก็ต้องผ่านไปให้ได้ เราจะได้นั่งได้นาน เพราะการมีสมาธินานๆนี้ จะทำให้เรามีพลังเยอะ พลังต่อต้านกิเลสตัณหาได้ ถ้าเราไม่มี เรานั่งไม่นานเราก็จะมีพลังน้อย พอมาเจอความเจ็บปั๊บตัณหาก็จะออกมา ความอยากที่จะหนีจากความเจ็บไป เราก็ต้องใช้อุบาย มี ๒ อุบายด้วยกัน อุบายแรก เรียกว่าอุบายของสมาธิหรือสติ ก็คือถ้าเราบริกรรมพุทโธ ก็ให้บริกรรมให้ถี่ไปเลย อย่าให้ใจมีช่องไปคิดถึงความเจ็บ อย่าไปนึกถึงความเจ็บเลย ให้เกาะติดอยู่กับคำบริกรรมอย่างเดียว พอใจไม่ไปคิดถึงความเจ็บ ก็จะไม่เกิดความอยาก พอไม่เกิดความอยากใจก็จะสงบลง พอสงบความเจ็บก็จะไม่ทรมาน ก็จะอยู่กับมันได้ อันนี้เรียกว่าอุบายของสมาธิ อุบายของสติ

ถ้าจะใช้อุบายของปัญญา ก็ต้องพิจาณาว่า ความเจ็บนี่มันเจ็บที่ร่างกายมันไม่ได้เจ็บที่ใจ ใจเป็นผู้รู้ผู้ดูเฉยๆ ใจไม่ต้องไปเจ็บกับความเจ็บของร่างกาย ร่างกายก็ไม่เดือดร้อน กระดูกก็ไม่เดือดร้อน เนื้อก็ไม่เดือดร้อน กระดูกหมูกระดูกไก่เวลาเราต้มลงไปในหม้อไฟเดือด มันยังไม่เดือดร้อนเลย แล้วกระดูกแขนกระดูกขาเรามันก็จะไปเดือดร้อนตรงไหน มันไม่เดือดร้อน มันเจ็บอย่างไรมันก็ไม่เดือดร้อน ผู้เดือดร้อนก็คือใจที่ไม่ได้เจ็บไปกับร่างกาย เพียงแต่ไปรับรู้แล้วไม่ชอบมันเท่านั้นเอง พอไม่ชอบก็เกิดความอยากให้มันหายไป

ความอยากนี่แหละที่ทำให้เกิดความทรมานใจ ที่ทนไม่ได้ไม่ใช่เพราะความเจ็บของร่างกาย แต่ความทรมานใจที่เกิดจากความอยาก แต่พอพิจารณาว่าความเจ็บมันไม่ใช่เรามันไม่ใช่ตัวเรา เราไปห้ามมันไม่ได้ มันเป็นเรื่องของร่างกาย ร่างกายก็ไม่ใช่ตัวเราไม่ใช่ของเรา ก็ปล่อยให้มันเจ็บของมันไป เราเป็นผู้รู้ก็รู้มันไปเท่านั้นเอง อย่าไปอยากให้มันหายแล้วความทรมานใจก็จะดับไป พอดับไปแล้วก็สบายใจ ใจเป็นอุเบกขา ความเจ็บจริงๆแล้ว มันนิดเดียว ที่เจ็บส่วนใหญ่มันเจ็บที่ใจ อันนี้ก็คือวิธีแก้ ถ้าแก้ด้วยปัญญาแล้วต่อไปมันจะไม่กลัวความเจ็บอีกต่อไป ต่อไปร่างกายปวดศีรษะปวดท้องไม่ต้องหายากินแล้ว ใช้ธรรมโอสถดีกว่า สบายกว่า ปล่อยมันเจ็บไป มันมีเหตุทำให้มันเจ็บมันก็ต้องเจ็บ เดี๋ยวเหตุนั้นมันหมดไปมันก็หายเอง เราอย่าไปเจ็บกับมันเท่านั้นปัญหาจะไม่มี.

กัณฑ์ที่ ๔๗๘ วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๗

“ธรรมโอสถ”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต