โยมมาลาไปแต่งงาน

โยม : มาลาไปแต่งงาน

พระอาจารย์ : ก็ดี…ไปแต่งงานก็เป็นความสุขอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นความสุขที่มีทุกข์ตามมา เดี๋ยวน้ำตาต้องตกในแน่ๆ จะช้าหรือเร็วเท่านั้น เป็นความสุขที่ไม่แน่นอน เป็นความสุขที่ผลุบๆโผล่ๆ ๓ วันดี ๔ วันไข้ เพราะคนก็ไม่แน่นอน คนที่ให้ความสุขกับเรา เขาก็ไม่แน่นอน เขาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา บางวันอารมณ์ดีก็ดี อารมณ์ไม่ดีก็ไม่ดี ดังนั้นต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้ อย่าไปคิดว่าจะหวานไปตลอด จะต้องมีเวลาที่ขมบ้าง ถ้าทำใจได้ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าต้องการให้มันหวานไปอย่างเดียว พอไปเจอขมแล้วรับไม่ได้ก็จะลำบาก

อยู่ทางโลกก็ต้องหัดทำใจ อนิจจังไม่มีอะไรแน่นอน ใหม่ๆก็ดี แต่พออยู่ไปๆ พอมันเก่าแล้วก็เกิดความเคยชิน ความตื่นเต้นความรู้สึกว่ามันเป็นของใหม่มันก็หมดไป แล้วก็อาจจะทำให้อยากไปหาของใหม่อย่างอื่นมาแทน ทั้งเขาทั้งเรา เขาด้วยเราด้วย

ก็ต้องพยายามรักษาศีลไว้ ศีล ๕ ศีลข้อกาเม ต้องซื่อสัตย์อย่างน้อยเราก็สบายใจเราซื่อสัตย์ เขาไม่ซื่อสัตย์ ก็ห้ามเขาไม่ได้ เราซื่อสัตย์ใจเราก็จะสงบ ถ้าไม่ซื่อสัตย์ใจเรามันก็จะดิ้นจะหาความสุขนอกบ้าน ดังนั้นเรารักษาใจของเรา ด้วยการรักษาศีลของเราไป ส่วนคนอื่นเขาจะรักษาไม่รักษาเราก็ไปบังคับเขาไม่ได้ เราก็ต้องทำใจ ทำใจว่าเขาอาจจะไม่รักษาศีล เขาอาจจะโกหกเรา เขาอาจจะออกไปหาอะไรข้างนอกบ้าน ก็อย่าไปสนใจ ถ้าอยู่ด้วยความสงสัยความไม่ไว้ใจมันก็จะไม่มีความสุข ก็ต้องปล่อยไป ปล่อยวางเป็นเรื่องของเขา เขาจะซื่อสัตย์ไม่ซื่อสัตย์นี่เราไปห้ามเขาไม่ได้ไปบังคับเขาไม่ได้

เราจะไปเป็นนักสืบคอยติดตามอยู่ ก็เหนื่อยไปเปล่าๆ เราก็อยู่ไป ตอนนี้เราก็ไม่รู้เขาทำอะไรอยู่ใช่ไหม เขาจะอะไรเราก็ห้ามเขาไม่ได้ แต่ถ้าเราไปมีกำหนดขึ้นมาว่า เขาต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้ เราก็จะไม่สบายใจ ถ้าเขาไม่อยู่ภายใต้กรอบที่เรากำหนดไว้

ดังนั้นอย่าไปตั้งกรอบในสิ่งที่เราไม่สามารถที่จะไปควบคุมได้ ต้องปล่อยเขา เหมือนกับตอนนี้ไม่ได้แต่งงานกัน เป็นอย่างไรตอนแต่งงานแล้วก็เป็นอย่างนั้น อย่าไปถือเขามาครอบครองเป็นของเรา ถ้าไปถือเขาว่าเป็นของเรา แล้วทีนี้มันก็จะหวงนะ จะหวงแล้วก็จะห่วงแล้วจะไม่มีความสุข ตอนนี้เราไม่มีความทุกข์เพราะว่าเราไม่ได้ ไปครอบครองเขา เราไม่ได้ถือว่าเขาเป็นของเรา เขาจะทำอะไรตอนนี้เราก็ไม่เดือดร้อน ดังนั้นเวลาแต่งงานไปแล้ว ก็ต้องคิดว่าเหมือนกับยังไม่ได้แต่ง ยังไม่ได้เป็นของเรา ถ้าไปคิดว่าเป็นของเราแล้วนี้ มันจะยึดติดนะ มันจะหวง แล้วก็จะหวัง หวังให้เขาซื่อสัตย์ แต่เราก็ไม่รู้ว่าเราจะไปห้ามเขาได้หรือไม่ ดังนั้นเราต้องทำใจ อย่าไปยึดอย่าไปติด ถึงแม้ว่าจะแต่งงานกันแล้วก็ตาม ก็ให้คิดเสียว่ายังไม่ได้แต่งก็แล้วกัน ถ้าคิดว่าไม่ได้แต่งเวลาเลิกกันก็ง่าย ถ้าคิดว่าแต่งแล้วเวลาเลิกกันมันก็ยาก แต่งก็แต่งไปตามประเพณี แต่งงานธรรมเนียม แต่ใจเราอย่าไปแต่งกับใคร ใจเราก็ต้องเป็นโสดอยู่ตลอดเวลา อยู่คนเดียวได้ ตอนนี้เราอยู่คนเดียวได้ไม่ใช่หรือ ต่อไปเราก็อาจจะต้องกลับมาอยู่คนเดียวอีกก็ได้ ถ้าเราคิดล่วงหน้าไว้ก่อนเตรียมตัวไว้ก่อนมันก็ไม่ยาก แต่ถ้าไม่เตรียมตัวเตรียมใจ คิดว่าต่อไปนี้เราจะต้องอยู่สองคนไปตลอด เดี๋ยวเกิดวันดีคืนดีไม่ได้อยู่ด้วยกันสองคนก็จะทุกข์ เราต้องคิดเสมอว่าเราไม่ได้ขาดทุนไม่ได้เสียอะไร ตอนนี้เราก็ไม่ได้อะไร เราก็มีความสุขอยู่ของเราเป็นปกติ ถึงเเม้ว่าเราจะได้แต่งงานแล้ว เราก็อาจจะกลับมาอยู่ตรงจุดนี้อีกก็ได้ ก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน ก็เหมือนกับเราไปเที่ยว เที่ยวเสร็จก็กลับมาบ้าน ก็กลับมาจุดเดิมไม่ต้องเสียอกเสียใจอะไร ไปเที่ยวกลับมาเสร็จก็ไม่เสียใจใช่ไหม

ดังนั้นต้องพยายามคิดอย่างนี้ “อย่าไปยึดอย่าไปติดกับใครกับอะไร เพราะไม่มีอะไรแน่นอน” ถ้าไปยึดไปติดแล้ว เกิดมันอยู่ด้วยกันไม่ได้ มันมีการจากกันนี้ก็จะลำบาก “อนิจจัง” ถ้าไม่อยากจะเจอก็อย่าไปแต่งก็ได้

โยม : สายไปแล้ว

พระอาจารย์ : ยังไม่สาย ยังไม่ได้ไป คนที่เขาเลิกกันก่อนแต่งวันสองวันก็มีเยอะแยะไป เกิดปัญญา พอเกิดปัญญาแล้วก็ถอยดีกว่า กำลังจะไปตกนรก ไม่ได้ไปขึ้นสวรรค์หรอก คนที่มีปัญญาเห็นว่ากำลังจะไปตกนรก แต่คนไม่มีปัญญาก็คิดว่ากำลังจะขึ้นสวรรค์ เอาไม่เชื่อลองดู
ดูคลิปอันนี้นะเปิดดูทุกวัน.

 

สนทนาธรรมะบนเขา วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต