สมบัติอันล้ำค่าคือ มรรคผลนิพพาน

ผู้ที่บวชในพระพุทธศาสนานี้ก็มีความปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ หลุดพ้นจากความวุ่นวายต่างๆ จึงต้องอยู่แบบสมถะเรียบง่าย เพราะสิ่งต่างๆที่จิตใจไปเกี่ยวข้องด้วยนั้นเป็นเหตุที่จะสร้างความทุกข์ สร้างความวุ่นวายใจให้ มีอะไรก็ต้องห่วงต้องกังวล ต้องทุกข์ ต้องเป็นภาระดูแลรักษา มีมากก็มีภาระมาก มีความทุกข์มาก มีน้อยก็มีความทุกข์น้อย

พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้พระภิกษุอยู่อย่างสมถะ ไม่ให้มีสมบัติ ข้าวของเงินทอง ให้มีเพียงแต่สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของสมณะเพศ นั่นก็คืออัฐบริขาร ซึ่งเป็นบริขาร ๘ ชิ้นประกอบด้วย ผ้า ๓ ผืน ประคดเอว ๑ ชิ้นเป็นสี่ บาตร ๑ ใบเป็นห้า มีดโกนไว้สำหรับปลงผมเป็นหก เข็มกับด้ายเอาไว้สำหรับปะเย็บจีวรเป็นเจ็ด และที่กรองน้ำ เพราะในสมัยก่อนนั้นพระภิกษุท่านใช้น้ำจากลำธาร จากห้วย จากบึง ซึ่งมักจะมีตัวสัตว์อยู่ในนั้นด้วยจึงต้องใช้ที่กรองน้ำ เพื่อจะได้ไม่เอาตัวสัตว์ติดมาด้วย จะมีเครื่องกรองน้ำเล็กๆที่สามารถหิ้วติดตัวไปได้ ไปไหนมาไหนได้ เวลาจะตักน้ำก็ใช้ที่กรองน้ำนั้นตัก นี่ก็คือสมบัติที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของสมณะเพศมีเพียงเท่านี้

ไม่ทรงปรารถนาให้มีมากไปกว่านี้ แม้แต่กุฏิที่พักอาศัยก็ไม่ได้ทรงกำหนดไว้ตายตัวปล่อยให้เป็นไปตามมีตามเกิด อยู่ตามโคนไม้ก็ได้ อยู่ตามเรือนร้างก็ได้ อยู่ตามถ้ำก็ได้ หรือถ้ามีผู้มีศรัทธาสร้างกุฏิถวายให้ใช้ เป็นที่พักอาศัยก็ใช้ได้ แต่ไม่ทรงสอนให้พระไปยุ่งไปเกี่ยวไปขวนขวายกับสิ่งเหล่านี้ ไม่ต้องการให้ไปเรี่ยรายเงินทองจากญาติโยมไปสร้างกุฏิไปสร้างโบสถ์ไปสร้างอะไรต่อมิอะไรมากมายก่ายกอง

การก่อสร้างต่างๆนี้ทรงปล่อยให้เป็นไปตามศรัทธาของญาติโยม ถ้าญาติโยมมีศรัทธาอยากจะสร้างถวายก็ทรงอนุญาต แต่ไม่เคยปริปากเอ๋ยขอให้ญาติโยมช่วยสร้างนั้นช่วยสร้างนี้ พระพุทธเจ้าไม่สร้างวัดเลยแม้แต่วัดเดียว แต่ทรงสร้างพระอรหันต์ไว้เป็นจำนวนมาก เพราะนั่นคือเป้าหมายของพระพุทธเจ้าในการประกาศพระธรรมคำสอน ต้องการที่จะให้สัตว์โลก ได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด หลุดพ้นจากกองทุกข์ เพื่อจะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ บรรลุถึงพระนิพพานที่เป็นบรมสุข ปรมังสุขัง ไปตลอดอนันตกาลมีแต่ความสุขอยู่ในหัวใจไปตลอด ไม่ทุกข์กับเรื่องอะไรทั้งสิ้น

แม้แต่ความแก่ ความเจ็บ ความตายของร่างกายก็จะไม่ทุกข์ด้วย จะเป็นจะตายก็ไม่เดือดร้อน จะอดอยากขาดแคลนอย่างไรก็ไม่วุ่นวายใจ เพราะใจไม่ได้มีความหลงยึดติดกับสิ่งต่างๆ ใจสามารถอยู่ตามลำพังของใจได้ ถึงแม้จะไม่มีทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง ไม่มีอาหารรับประทาน อย่างมากร่างกายก็ต้องตายไป แต่ใจนี้ไม่ได้ตายไปกับร่างกาย ใจที่ได้ชำระความโลภ ความโกรธ ความหลงจนหมดสิ้นไปแล้ว จะไม่วุ่นวายกับอะไรทั้งสิ้น จะมีมากมีน้อย จะได้จะเสียอะไรไปก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญอะไร ไม่มีการร้องห่มร้องไห้เศร้าโศกเสียใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ

นี่คือเป้าหมายของพระพุทธศาสนา ทรงสอนให้สัตว์โลกปฏิบัติเพื่อกำจัดความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่เป็นเหมือนเชื้อโรคของใจ สร้างความทุกข์ใจให้ไม่รู้จักจบจักสิ้น เช่นเดียวกับเชื้อโรคทางร่างกาย ที่จะสร้างความเจ็บไข้ได้ป่วยให้กับร่างกายจึงต้องมียาไว้สำหรับรักษา ร่างกายก็ต้องมียา มีหมอ มีโรงพยาบาล ถึงจะรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้หายได้ ใจก็ต้องมีธรรมะโอสถ ก็คือการศึกษาและการปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงสอนให้ทำความดีทั้งหลายให้ถึงพร้อม ให้กำจัดบาปทั้งหลายให้หมดสิ้นไป และให้ชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์ กำจัดความโลภ ความโกรธ ความหลง นี่คือสิ่งที่พุทธศาสนิกชนต้องศึกษาและปฏิบัติตาม เมื่อปฏิบัติตามได้แล้วก็จะได้สมบัติอันล้ำค่าคือ มรรคผลนิพพาน ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในภพน้อย ภพใหญ่อีกต่อไป.

ธรรมะในศาลา วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๐

“กฐินกาล”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต