อยากให้พ่อแม่ทำบุญ

ถาม : หนูอยากจะให้พ่อของหนูทำทานแล้วก็รักษาศีลเจ้าค่ะ

พระอาจารย์ : ทำไมถึงจะไปให้พ่อทำ

ถาม : เพราะกลัวพ่อตกนรกค่ะ

พระอาจารย์ : เขาตกเราไม่ได้ตกนิ เราจะไปกลัวอะไร เราควรจะน่ากลัวเราตกเสียมากกว่า ตกนรกเพราะไม่อยากให้เขาตกนรกรู้หรือเปล่า หนูกำลังตกนรกอยู่หรือเปล่า หนูสุขหรือหนูทุกข์

ถาม : ไม่ค่อยสุขเท่าไหร่

พระอาจารย์ : ก็นั่นแหละไม่สุขมันก็ต้องทุกข์ ทุกข์มันก็นรกดีๆ นี่เอง หนูไม่อยากให้คนอื่นตกนรก หนูเลยตกนรกแทนเขาหรือ

ถาม :ท่านอาจารย์พอมีอุบายอะไรไหมคะ หนูอยากให้พ่อรักษาศีล

พระอาจารย์ : ก็ดูพระพุทธเจ้า ถ้าท่านทำให้พวกเราไม่ตกนรกกันได้ ท่านก็คงทำให้พวกเราไม่ตกนรกกันแล้ว แม้แต่พระพุทธเจ้ายังทำไม่ได้แล้วเราจะไปทำอย่างไรได้ มันเป็น Mission Impossible

ถาม : จะให้ปล่อยไปอย่างนี้หรือเจ้าคะ

พระอาจารย์ : หนูก็ทำตัวของหนูไป เอาหนังสือธรรมะไปทิ้งไว้ที่บ้าน มีเวลาก็ชวนพ่อมาทำบุญ ชวนพ่อมาเข้าวัด ถ้าเขามก็ดี ถ้าเขาไม่มาก็เรื่องของเขา หนูทำตัวเองของหนู หนูบวชชีได้หรือเปล่า

ถาม : ยังไม่ได้เจ้าค่ะ

พระอาจารย์ : นั่นนะซิ แล้วหนูจะไปทำให้พ่อทำทาน รักษาศีลได้อย่างไร ขนาดตัวหนูเอง หนูยังบังคับให้ตัวเองทำไม่ได้แล้วหนูจะไปบังคับให้คนอื่นเขาทำได้อย่างไร เข้าใจไหม แต่ละคนก็มีความสามารถมีความเห็นไม่เหมือนกัน เขามีความเห็นว่าบุญไม่ต้องทำ ไม่ต้องรักษาศีลก็ได้ เขามีความสุขของเขาอย่างนั้น เราจะไปทุกข์กับเขาทำไมในเมื่อเขามีความสุข พ่อหนูทุกข์หรือสุขตอนนี้

ถาม : หนูไม่ทราบค่ะ สุขบ้างทุกข์บ้างมั้งคะ

พระอาจารย์ : แล้วใครเป็นคนทำให้เขาสุขหรือทุกข์ละ

ถาม : พ่อหนูเองค่ะ

พระอาจารย์ : แล้วหนูไปบอกให้เขาทำทานได้หรือเปล่า หนูไปบอกให้เขารักษาศีลได้หรือเปล่า

ถาม :ทานพอจะบอกให้ทำได้ แต่รักษาศีลคงบอกไม่ได้เจ้าค่ะ

พระอาจารย์ : ไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร

ถาม : หนูก็เลยมาถามท่านอาจารย์เจ้าค่ะ

พระอาจารย์ : เราก็เลยถามกลับไง

ถาม : ทำอะไรไม่ได้เจ้าค่ะ

พระอาจารย์ : รู้จักคำว่า อนัตตาไหม นี่แหละ อนัตตา ก็คือไม่อยู่ในวิสัยของเราที่จะไปทำอะไรได้ จึงเรียกว่าอนัตตา ของทุกอย่างในโลกนี้มันเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พอเราอยากจะทำอนัตตาให้เป็นอัตตามันก็ทุกข์ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ อยากให้ของต่างๆ มันเป็นไปตามใจเรามันไม่ได้หรอก บางอย่างก็ทำได้ บางอย่างก็ทำไม่ได้ ทำได้ก็ทำไป ทำไม่ได้ก็ต้องหยุดทำ เหมือนตอนนี้บอกให้ฟ้าหยุดร้องได้หรือเปล่า

ถาม : ไม่ได้เจ้าค่ะ

พระอาจารย์ : ทำไมไม่อยากให้ฟ้าหยุดร้องล

ถาม : มันก็ไม่ค่อยเกี่ยวกันเท่าไหร่ค่ะ

พระอาจารย์ : พ่อกับเราก็ไม่เกี่ยวกัน เราไปเกี่ยวกับเขาเองต่างหาก เขาก็เป็นคนรู้จักกันเท่านั้นเอง คนที่มีความสัมพันกันแต่เขาก็เป็นเหมือนท้องฟ้านี่แหละ เราก็ไม่สามารถที่จะไปสั่งให้เขาเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ได้ เพราะความเกี่ยวกันมันเลยทำให้เราทุกข์ เพราะถ้าไม่เกี่ยวกันเราก็ไม่ทุกข์ใช่ไหม ถ้าเขาเป็นคนอื่นเราก็ไม่ทุกข์ไม่ใช่ นี่เราทุกข์เพราะอะไร เพราะเราอยากนี่เอง ถ้าเราไม่อยากเราจะทุกข์ไหม ก็อย่าไปอยากซิ อยากก็ไม่ได้ดังใจอยากแล้วไปอยากทำไม

ทำดีที่สุดแล้ว ทำได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น อย่างตอนนี้มันมืดอยากจะทำให้มันสว่างได้ไหม ถ้าไม่ไปอยากให้มันสว่างก็ไม่เดือดร้อนใช่ไหม ถ้าอยากให้มันสว่างเราก็เดือดร้อน ต้องดูความอยากของเรา เวลาไม่สบายใจ ถามว่าตอนนี้เรากำลังอยากกับอะไร แล้วเราทำอะไรได้หรือเปล่า เราทำตามที่เราอยากได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้อย่าไปอยากไม่ดีกว่าหรือ เมื่อไม่อยากแล้วเราก็จะเฉยๆ ไม่เดือดร้อนไม่ทุกข์ ถ้าอยากแล้วก็เดือดร้อนแล้วก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ของทุกอย่างเขามีเหตุมีปัจจัยมีวาระของเขา เหตุปัจจัยทำให้เขาเป็นอย่างนี้ เขาก็ต้องเป็นอย่างนี้ ถ้าอยากจะแก้เขาก็ต้องไปแก้ที่เหตุปัจจัยของเขา ปัจจัยของพ่อก็คือความหลง เห็นผิดเป็นชอบเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นว่านรกไม่มีสวรรค์ไม่มี เห็นว่ากรรมไม่มี ทำบุญก็เท่ากับทำบาปไม่มีผลต่างกัน ทำบาปดีกว่าสนุกกว่า หนูต้องไปแก้ที่ตรงนั้นซิ แก้ที่ความเห็นผิดเป็นชอบของเขา ทำบาปมันมีโทษ ทำบุญไม่มีโทษ แก้ได้ไหมละ

เหมือนพระพุทธเจ้าแก้ให้องคุลิมาล พระพุทธเจ้าแก้ได้ หรือเอาตัวอย่างองคุลิมาลไปใช้กับพ่อดูซิ เอาเรื่องตัวอย่างองคุลิมาลไปเล่าให้ฟังก็ได้ องคุลิมาลร้ายกกว่าพ่ออีกฆ่าคนมาแล้วตั้ง ๙๙๙ คน พอเจอพระพุทธเจ้าบอกนั่นไม่ใช่ทางไปสู่ความสุข ทางไปสู่ความทุกข์ ทางไปสู่นรก พอองคุลิมาลได้ยินเท่านี้ก็ตกใจ ไปบอกพ่อบอกทำบาปเป็นทางไปสู่นรกนะพ่อ จะบอกได้หรือเปล่า เดี๋ยวบอกแล้วโกรธกลับมาจะทำอย่างไร เป็นลูกก็ไปสอนพ่อไม่ได้อีกแหละ นอกจากพ่อถามก็บอกได้ ถ้าพ่อถามหนูมาวัดแล้วได้เรียนรู้อะไรบ้าง พูดไปเลยว่าเรียนรู้ว่าทำบาปแล้วทุกข์ ทำบุญแล้วสุข ถ้าไม่เชื่อเรื่องนรกเรื่องสวรรค์ก็เอาเรื่องสุขเอาทุกข์แทน ไม่ต้องไปพูดเรื่องนรกเรื่องสวรรค์ก็ได้ ถ้าทำบุญแล้วจะมีความสุขถ้าทำบาปแล้วจะมีความทุกข์ ถ้าพ่อเขาบอกฉันทำบาปฉันก็มีความสุขจะทำอย่างไร ฉันกินเหล้าฉันก็มีความสุข ฉันโกหกเมียก็มีความสุข มันก็ต้องปล่อยเขาไป ใช่ไหม

ตัวหนูก็ต้องดูตัวหนูเอง หนูกำลังทุกข์ ทำไมหนูไม่แก้ความทุกข์ของหนูก่อน หนูไปแก้ความทุกข์ของคนอื่นทำไม ยิ่งแก้ความทุกข์ของคนอื่นความทุกข์ของตนยิ่งมีมากขึ้นไป ต้องแก้ความทุกข์ของตัวเองก่อนซิ เป็นหมอรักษาตัวเองไม่ได้แล้วจะไปรักษาคนอื่นได้อย่างไร ใช่ไหม หัดรักษาตัวเองให้ได้ก่อน รักษาตัวเองได้แล้วค่อยไปรักษาคนอื่น เข้าใจหรือยัง.

ธรรมะบนเขา (สนทนาธรรม) วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต