ช่วยเหลือตัวเองก่อน

โยม : พระท่านซื้อลอตเตอรี่แล้วถ้าเกิดว่าถูก ท่านก็จะเอามาทำประมาณบำรุงศาสนา อย่างนั้นถูกหรือผิดครับพระอาจารย์

พระอาจารย์ : ผิด เพราะไปทำตามความอยาก ดูหลวงตาซิ ท่านไม่ต้องซื้อลอตเตอรี่เลย คนถวายทองไม่รู้กี่ตัน หนึ่งตัวเองก็ไม่ได้ประโยชน์ เพราะตัวเองแทนที่จะมาหยุดความอยากกลับมาเสริมความอยาก ถึงแม้อยากจะทำประโยชน์ให้แก่คนอื่นก็เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุมรรคผลนิพพาน เพราะไม่ใช่หน้าที่ ตอนนี้ไม่ใช่หน้าที่ไปดูแลช่วยเหลือคนอื่น ตอนนี้เป็นหน้าที่ดูแลตัวเองก่อน

โยม : เอาตัวเองเอาให้รอดก่อน

พระอาจารย์ : ใช่ พอตัวเองรอดแล้วทีนี้ไปช่วยเหลือคนอื่นเท่าไหร่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะมันไม่ช่วยด้วยความอยาก มันช่วยด้วยเหตุด้วยผล ช่วยได้เท่าไหร่ก็ช่วยเท่านั้น ไม่ต้องไปซื้อลอตเตอรี่เพื่อจะได้เอาเงินมาช่วยคนอื่น ถ้ามีข้าวก้นบาตรก็ให้เขาแค่นั้นน่ะ มีอะไรก็ให้ได้เท่านั้นเอง แต่ของวัตถุมันไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือธรรมะ คนที่ปฏิบัติบรรลุแล้วนี้จะช่วยคนได้มาก ไม่ได้ช่วยด้วยวัตถุ ไม่ได้ช่วยด้วยเงินทองแต่ช่วยด้วยธรรมะ เพราะธรรมะนี้ดับความทุกข์ใจได้ แต่วัตถุเงินทองนี้ดับความทุกข์ใจไม่ได้ ได้ก็เพียงแต่ดับความทุกข์ทางร่างกาย

ดังนั้นถ้าคนมุ่งไปทางวัตถุทางร่างกาย ทางช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะดูในสายตาของทางโลกว่าเป็นการกระทำที่น่ายกย่อง แต่ในทางธรรมแล้วจะว่าหลงทาง หลงประเด็นเข้าใจไหม ไม่รู้ว่าการบวชนั้นบวชเพื่ออะไร บวชเพื่อให้ตนเองได้บรรลุธรรม เพื่อจะได้หลุดพ้นจากความทุกข์อย่างที่พระพุทธเจ้าทรงปฏิบัติมา และหลังจากนั้นก็เอาธรรมะนี่แหละ มาช่วยเหลือคนอื่น ธรรมะนี่มีคุณค่าราคามากกว่าของทุกอย่างในโลกนี้เป็นล้านเท่าพูดง่ายๆก็ได้

เป็นเศรษฐีร้อยล้านแสนล้านมันก็ดับความทุกข์ใจไม่ได้ แต่ธรรมะนี้ดับได้ คนเราที่ยังมีกิเลสนี้จะมองไม่เห็นประเด็นนี้ มีพระอยู่รูปหนึ่ง มาศึกษาฟังเทศน์เราอยู่พักหนึ่งแล้วก็มาขอบวช บวชแล้วก็ไม่ปฏิบัติ แล้วไปเป็นอาจารย์แล้วไปสอนเด็กนักเรียนที่มาเข้าค่ายที่วัด มาบวชได้ไม่ถึงเดือนก็ไปเข้าทีมของวิทยากรแล้ว เพราะตอนก่อนมาบวชก็เคยทำงานเกี่ยวกับการสอนพิเศษ สอนภาษา สอนพิเศษ พอมาบวชก็อยากจะเป็นอาจารย์ต่อ ก็พอดีที่วัดนี้รับเด็กมาอบรมเข้าค่าย ก็เลยไปเป็นวิทยากร เดี๋ยวนี้เป็นอาจารย์สอน ไม่ต้องเป็นลูกศิษย์แล้ว ยังไม่ทันปฏิบัติเลย.

ธรรมะบนเขา วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๖

“ผู้หาความสุขเจอ”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต