อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์

ถาม : เคยได้ยินครูบาอาจารย์พูดถึงว่า จะได้ธรรมะจากหลวงตามาก หรือแก้ปัญหาธรรมนี่ ส่วนใหญ่ในเวลาที่ได้โอกาสไปนวดท่าน

พระาอจารย์ : ถ้าได้ปฏิบัติท่าน เช่นพระอุปัฏฐาก ก็จะมีโอกาสเยอะ เพราะเวลาอยู่ใกล้ตัวท่าน ก็เหมือนกับขึ้นเวทีต่อยมวย คู่ต่อสู้ก็จะคอยต่อยเราอยู่เสมอ ใช่ไหม เราก็ต้องคอยตั้งรับอยู่เสมอ ก็ทำให้เรามีสติสตังมีปัญญาไว้คอยรับ แต่ถ้าไม่ได้เข้าไปปฏิบัติใกล้ชิดกับท่าน ก็เป็นเหมือนคนดู นั่งดูเฉยๆเท่านั้นเอง ก็จะไม่ได้ท่านคอยช่วยกระตุ้นธรรมะให้กับเรา ยกเว้นถ้าเราเป็นคนที่สามารถปฏิบัติของเราเองได้ ก็ไม่ต้องอาศัยท่านให้คอยกระตุ้น แต่ถ้าได้ไปรับใช้ใกล้ชิดก็เป็นโอกาสที่ดี เหมือนกับพระอานนท์ที่ได้รับใช้พระพุทธเจ้าอย่างใกล้ชิด ก็จะได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะ แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ด้วยกันทุกคน เพราะท่านก็องค์เดียว แล้วท่านก็มีลูกศิษย์ตั้งเยอะแยะ ก็แล้วแต่ว่าท่านจะพิจารณาใคร แต่ก็ไม่จำเป็นที่ทุกคนจะต้องเข้าไปอยู่ใกล้ชิดอย่างนั้น คนอื่นที่ไม่ได้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า หรือกับครูบาอาจารย์ เขาก็บรรลุธรรมได้
บางคนที่มีปัญญา มีบารมีพอ เพียงแต่ฟังธรรมะเพียงคำสองคำ ก็บรรลุได้ เช่นคนที่ไปขอฟังเทศน์ในขณะที่พระพุทธเจ้าทรงบิณฑบาตอยู่ พระพุทธเจ้าทรงบอกว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสอนธรรมะ แต่เขาก็ขอให้ทรงแสดงธรรมะโปรดเขาด้วยเถิด พระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสสั้นๆว่า จงพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างว่าว่างเปล่า ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร ไม่มีอะไรเป็นสาระ เขาก็รับคำสอนนั้นไปพิจารณา รู้สึกว่าเขาอยากจะบวชเลย จึงไปเตรียมเครื่องบริขาร ในระหว่างที่เดินไปนั้น ก็ถูกวัวกระทิงขวิดตาย พระพุทธเจ้าก็ทรงสั่งว่า หลังจากฌาปนกิจแล้วให้สร้างเจดีย์ สร้างสถูปไว้บรรจุอัฐิของเขาต่อไป ก็แสดงว่าเขาได้บรรลุธรรมแล้ว เพราะเหตุปัจจัย คือบุญบารมีของแต่ละคนที่ได้บำเพ็ญมา ไม่เท่ากัน บางคนอยู่กับพระพุทธเจ้ามาตลอด แต่ไม่ได้บรรลุธรรม กลายเป็นกบฏไปก็มี เช่นพระเทวทัตเป็นต้น

พระเทวทัตนี่หลงตัวเอง พอได้สมาธิ ได้อิทธิฤทธิ์แล้ว ก็ไม่เจริญทางวิปัสสนาต่อไป ปล่อยให้กิเลสเอาอิทธิฤทธิ์มาใช้เป็นเครื่องมือ ทำให้เกิดความหลงว่าตนเองวิเศษ ตนเองเก่ง อยากจะทำหน้าที่ศาสดาแทนพระพุทธเจ้าต่อไป เมื่อได้รับการปฏิเสธก็เกิดความเสียใจ เกิดความโกรธขึ้นมา ก็เลยไปทำกรรมที่ไม่ดี คือพยายามฆ่าพระพุทธเจ้าถึง ๓ ครั้งด้วยกัน แต่ก็ไม่สำเร็จ จนในที่สุดก็ถูกธรณีสูบ แต่เนื่องจากว่าได้สะสมบุญบารมีมามากอยู่ พระพุทธเจ้าก็ทรงทำนายว่าหลังจากที่ได้ไปใช้กรรมในนรกแล้ว เมื่อพ้นมาแล้วก็จะได้บรรลุเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าต่อไป

ถึงแม้บุญที่ได้ทำไว้ยังไม่มีโอกาสปรากฏผลขึ้นมาในชาตินี้ ก็ไม่ได้สูญหายไปไหน การที่ได้บวชกับพระพุทธเจ้า ได้ศึกษา ได้ปฏิบัติธรรม ก็เป็นผลของบุญบารมี เพียงแต่ถูกกรรมมาบังไว้ จึงต้องใช้กรรมให้หมดไปเสียก่อน เมื่อหมดแล้วบุญก็จะส่งผลให้ไปสู่ที่ชอบต่อไป บุญกรรมจึงมีจริง เพียงแต่ว่าอะไรจะมาก่อนมาหลังเท่านั้นเอง จึงอย่าท้อแท้ อย่าคิดว่าทำบุญแทบเป็นแทบตาย กลับไม่ได้อะไรเลย เพราะบุญที่ทำยังน้อยไปหรือยังไม่มากพอ ยังไม่ถึงเวลาที่จะส่งผลออกมา พอดีเป็นจังหวะของกรรมเก่าที่ได้ทำไว้ ได้แสดงผลออกมา จึงเหมือนกับว่าทำบุญแต่กลับมีแต่เคราะห์กรรมอยู่เรื่อยๆ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นผลของกรรมเก่าที่ได้ทำไว้

กัณฑ์ที่ ๒๒๙ วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๘ (จุลธรรมนำใจ ๒)

“ความผิดหวัง”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต