ขอให้มีความแน่วแน่ มีความมั่นใจในการปฏิบัติ

ถาม : อย่างนี้เราก็พยายามสร้างเหตุใหม่ที่ดีๆขึ้นไว้ตลอดเวลา โดยไม่พยายามไปเปลี่ยนผลเก่

พระอาจารย์ : เปลี่ยนไม่ได้ ผลเก่าทั้งบุญทั้งบาปนี้เปลี่ยนไม่ได้ เพียงแต่ว่ามันจะปรากฏขึ้นมาเมื่อไรเท่านั้นเอง หน้าที่ของเราคือทำบุญละบาปชำระจิตใจ นี่คือคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ที่เป็นพระโอวาทปาฏิโมกข์ ที่ทรงแสดงในวันมาฆบูชา การกระทำความดีทั้งหลายให้ถึงพร้อม ละเว้นการกระทำบาปทั้งหลาย แล้วก็ชำระจิตใจให้สะอาดหมดจด นี่คือคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ จึงไม่ต้องไปรอพระศรีอารยเมตไตรยมาตรัสรู้ แล้วทำให้เราบรรลุในตอนนั้น เพราะพระศรีอารยเมตไตรยก็จะทรงสอนแบบเดียวกับที่พระพุทธเจ้าของเราสอนอยู่ในขณะนี้ ถ้ายังปฏิบัติไม่ได้ ต่อให้เจอพระศรีอารยเมตไตรยอีกร้อยองค์ เราก็ยังปฏิบัติไม่ได้อยู่นั่นแหละ มันอยู่ที่ตัวเรา ไม่ได้อยู่ที่ครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์ท่านทำหน้าที่ของท่านพร้อมบริบูรณ์แล้ว อยู่ที่เราว่าได้ทำพร้อมหรือไม่เท่านั้นเอง เราจึงต้องพยายามตะเกียกตะกายมาทางนี้ให้ได้

พยายามปล่อยวางความสุขทางโลกเสีย มีอะไรพอที่จะลดจะละได้ ก็ลดไปเสีย ตัดได้ก็ตัดไป ต้องละด้วย ต้องปฏิบัติ ต้องบำเพ็ญด้วย ละในสิ่งที่ไร้สาระ ละในสิ่งที่เป็นโทษ แล้วก็บำเพ็ญในสิ่งที่มีสาระ บำเพ็ญในสิ่งที่มีคุณมีประโยชน์ ต้องทำทั้ง ๒ อย่าง แล้วมันก็จะค่อยพาเราไปเอง ไม่ได้อยู่ที่เพศอยู่ที่วัย อยู่ที่การกระทำต่างหาก ที่เป็นเหตุเป็นปัจจัย ไม่อย่างนั้นจะมีภิกษุณีที่เป็นพระอรหันต์ได้หรือ จะมีแม่ชีที่เป็นอรหันต์ขึ้นมาได้อย่างไร อยู่ที่การปฏิบัติของเรา จึงขอให้มีความแน่วแน่ มีความมั่นใจ ว่ามาถูกทางแล้ว ขอให้พยายามตะเกียกตะกายไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วผลที่ดีก็จะเป็นสิ่งที่จะตามมาต่อไป.

กัณฑ์ที่ ๒๒๙ วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๘ (จุลธรรมนำใจ ๒)

“ความผิดหวัง”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต