จิตใจนี้สำคัญเพราะเป็นของถาวร

ร่างกายนี้เป็นส่วนที่สำคัญน้อยกว่าจิตใจ เพราะว่าร่างกายเป็นของชั่วคราว ส่วนจิตใจนี้สำคัญกว่าเพราะจิตใจเป็นของถาวร แล้วก็ความสุขความทุกข์ของร่างกายก็เป็นส่วนย่อย ความสุขความทุกข์ของใจเป็นส่วนใหญ่

ความสุขความทุกข์ของร่างกายเป็นของชั่วคราว ส่วนความสุขความทุกข์ของใจนี้เป็นของยั่งยืนยาวนาน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญจึงอยู่ที่จิตใจ ร่างกายนี้ไม่สำคัญ เพราะว่าร่างกายนี้ต่อให้เราดูแลรักษาให้ดีอย่างไรก็ตาม ร่างกายก็มีกฎที่จะบังคับที่จะทำให้ร่างกายนี้ต้องเสื่อมต้องหมดสภาพไป แต่ใจของเรานี้ ไม่มีกฎที่จะมาบังคับให้ใจของเรานั้นเสื่อมหมดสภาพไปได้ ความสุขหรือความทุกข์ที่เราสร้างขึ้นมาในใจมันก็จะอยู่ยาวไปกับใจ

แต่ความสุขความทุกข์ของร่างกายมันก็จะอยู่ชั่วที่ร่างกายมีชีวิตอยู่ พอร่างกายตายไปแล้ว ความสุขความทุกข์ทางร่างกายก็หมดสภาพไป แต่ความสุขความทุกข์ของใจไม่ได้หมดสภาพไปกับการหมดสภาพของร่างกาย เพราะใจยังไม่ได้หมดสภาพไป ใจไม่มีวันหมดสภาพ พระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสว่า ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในบรรดาสิ่งต่างๆทั้งหลายในสากลโลกนี้ ไม่มีอะไรสำคัญที่ยิ่งใหญ่เท่ากับใจ ผู้ที่ได้ดูแลรักษาใจให้มีความสุขได้ตลอดเวลาก็จะได้พบกับความสุขที่ยิ่งใหญ่ ที่ถาวร

ดังนั้นการรักษาใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ การรักษาใจก็คือการมีที่พึ่งทางใจนั่นเอง ที่พึ่งทางใจก็คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่เรายึดถือเป็นสรณะเป็นที่พึ่ง เป็นที่พึ่งทางใจไม่ใช่เป็นที่พึ่งทางกาย ที่พึ่งทางกายนี้ก็คือปัจจัย ๔ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค อันนี้เป็นที่พึ่งทางร่างกาย แต่ที่พึ่งทางใจนี้ก็คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พุทธัง สรณังคัจฉามิ ธัมมัง สรณังคัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ผู้ใดมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ประดิษฐานอยู่ภายในใจผู้นั้นก็จะมีที่พึ่งทางใจผู้นั้นจะมีแต่ความสุขจะไม่มีความทุกข์อยู่ภายในใจ

การที่เราจะเข้าถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ได้ก็เกิดจากการศึกษาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าท่านเป็นใครเป็นอะไร ท่านดำเนินชีวิตอย่างไร ท่านสั่งสอนให้เราดำเนินชีวิตของเราอย่างไร ถ้าเราได้ศึกษาแล้วเราก็จะได้ปฏิบัติตามได้ พอเราปฏิบัติตามได้แล้วเราก็จะมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ภายในใจของเรา ตอนนี้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ยังไม่ได้อยู่ในใจของเรา เพราะใจของเรายังมีความทุกข์อยู่

ถ้าใจของเราไม่มีความทุกข์เมื่อไร หมดความทุกข์เมื่อไร ก็แสดงว่าเรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่ในใจของเราสมบูรณ์เต็มสมบูรณ์ ดังนั้นการให้มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่ภายในใจของเรานั้นจึงต้องเกิดจากการศึกษาในเบื้องต้น หลังจากศึกษาแล้วก็ต้องนำเอาสิ่งที่ได้ศึกษาเอามาปฏิบัติ พอปฏิบัติแล้วผลก็คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก็จะปรากฏขึ้นมาภายในใจ พอมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ปรากฏภายในใจ ความทุกข์ภายในใจก็จะถูกดับไป

เพราะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นี้เป็นเหมือนแสงสว่าง ส่วนความทุกข์ภายในใจนี้เป็นเหมือนความมืด ที่ไหนมีความสว่างมีแสงสว่างที่นั่นก็จะไม่มีความมืด ที่ไหนไม่มีแสงสว่างที่นั่นก็จะมีความมืด ตอนนี้ใจของพวกเรายังมีความมืดอยู่ ความมืดที่เกิดจากความหลง โมหะเกิดจากอวิชชาความไม่รู้ ไม่รู้ความจริงของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นี่เอง.

ธรรมะบนเขา วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖

“ใจไม่มีวันหมดสภาพ”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต