คุณสมบัติของพุทธแท้

ผู้ที่เข้าหาพระศาสนาควรสนใจศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะศาสนาสอนให้ฉลาดมากขึ้น ไม่ใช่โง่มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วพุทธศาสนิกชนไทยส่วนใหญ่เข้าวัดแล้วกลับโง่มากขึ้นไปอีก แทนที่จะฉลาดมากขึ้น เพราะไม่สนใจศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า กลับไปเชื่อกันแบบงมงาย เชื่อแบบลมๆแล้งๆ ไม่รู้ว่าศาสนาสอนให้เชื่อ ให้ทำอะไร ศาสนานี้เป็นศาสนทำ ทำนี้ไม่ได้หมายถึงธรรม แต่หมายถึงทำ หมายความว่าต้องทำถึงจะได้ ไม่ใช่ศาสนขอ ไม่ใช่ตะเกียงวิเศษที่เวลาต้องการอะไร เพียงเอาตะเกียงขึ้นมาลูบสามครั้ง แล้ว ก็มียักษ์ออกมาจากตะเกียงแล้วถามว่าคุณต้องการอะไร เราพร้อมจะบริการ แบบนี้ไม่ใช่ศาสนาพุทธ

พุทธศาสนาไม่ได้ให้อะไรนอกจากสอนให้รู้จักว่า อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล ถ้าต้องการผลก็ต้องสร้างเหตุนั้นขึ้นมา ถ้าต้องการกินส้ม ก็ต้องปลูกต้นส้ม ถึงจะมีส้มเกิดขึ้นมาได้ ถ้าไม่ปลูกส้มรอไปจนวันตายก็ไม่มีส้มให้กินฉันใด ถ้าปรารถนาความสุข ความเจริญ ตามที่พระสวดให้ฟังเสมอว่า ขอให้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ซึ่งเป็นผลที่เกิดจากการกระทำ ใครทำใครได้ ไม่ทำก็ไม่ได้ ดังคำสุภาษิตที่ว่า ความดีซื้อไม่ได้ ต้องทำกัน เช่นเดียวกับความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ความเป็นสิริมงคล ต้องทำความดีด้วยกาย วาจา ใจ ไม่ใช่มาวัด กราบพระ แล้วก็อธิษฐานขอพร ให้ได้สิ่งต่างๆมา พระท่านให้ไม่ได้ แม้แต่พระท่านเองท่านก็ต้องทำของท่าน พระพุทธเจ้าก็ต้องทำเอง พระพุทธองค์ทรงทนทุกข์ทรมานอยู่ถึง ๖ ปี อยู่อย่างขอทาน กว่าจะได้บรรลุเป็นพระพุทธเจ้า พระอริยสงฆสาวกทั้งหลายก็ปฏิบัติกันมาอย่างลำบากยากเย็น ต่อสู้กับกิเลส ต่อสู้กับความโลภ ความโกรธ ความหลง อยู่แบบอดๆอยากๆ จนได้บรรลุธรรมขึ้นมาได้ ได้สิ่งที่ท่านปรารถนา คือความสุขใจ ความพ้นทุกข์

นี่คือสิ่งที่ไม่มีใครทำให้เราได้ ต้องทำกันเอง ดังในพระบาลีที่แสดงไว้ว่า อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตน ต้องการอะไรก็ต้องทำให้สิ่งนั้นๆเกิดขึ้นมา ไม่มีใครหยิบยื่นให้กับเราได้ เราต้องช่วยตัวเราเอง

พุทธศาสนิกชนควรสำรวจตัวเองว่า เป็น พุทธแท้ หรือ พุทธปลอม เพราะส่วนใหญ่จะไม่รู้เรื่องศาสนา ไม่รู้ว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สอนให้ทำอะไร สิ่งแรกที่ควรจะทำก็คือศึกษาพระธรรมคำสอน ซึ่งก็ทำได้หลายวิธี เข้าหาพระ หาผู้ที่มีธรรม ฟังเทศน์ ฟังธรรมจากท่านหรืออ่านหนังสือธรรมะทั้งหลายที่คัดมาจากพระไตรปิฎก หรือเขียนโดยพระเกจิอาจารย์ทั้งหลายผู้ได้บรรลุธรรมแล้ว ผู้รู้จริงเห็นจริง เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้ากับพระอรหันตสาวกทั้งหลาย ต้องศึกษาว่า การที่จะเป็นพุทธแท้จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง พุทธศาสนิกชนที่แท้จริงต้องเป็นผู้อยู่ใกล้พระรัตนตรัย มีความเชื่อในพระรัตนตรัย ถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะ เรียกว่า ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในที่นี้จะพูดถึง อุบาสก อุบาสิกา ซึ่งมีคุณสมบัติอยู่ ๕ ประการ คือ ๑. ศรัทธา ๒. ศีลบริสุทธิ์ ๓. ไม่เชื่อมงคลตื่นข่าว ๔. ไม่แสวงหาบุญนอกคำสอนของพระพุทธศาสนา ๕. เป็นผู้ขวนขวายทำนุบำรุงพุทธศาสนา เป็นคุณสมบัติของพุทธแท้

กัณฑ์ที่ ๖๒ วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๔ (กำลังใจ ๔)

“อุบาสก อุบาสิกา”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต