ตัวใจ

ถาม : พระอาจารย์ครับ จิตมันไม่มีตัวสัญญาในการจดจำเรื่องที่ไม่มีความจำเป็นต้องจดจำ มันจะจำเฉพาะเรื่องครอบครัวเรา ตัวเราเอง หรืองานธรรมะต่างๆ จนบางครั้งแม้แต่ชื่อลูกน้องยังจำไม่ได้ บางครั้ง บางทีมันไม่จำเลย จนสับสนว่ามันเป็นความจำเสื่อมหรือว่ามันไม่สนใจครับ มันจะมีผลเสียอะไรไหมครับ

พระอาจารย์ : คือความจำนี้มันเป็นความจำที่ตรงกับความจริงมันก็ไม่เสียหาย ถ้าไม่ตรงกับความจริง มันก็เป็นความหลงไป เช่นจำว่าเป็นของเรา เป็นตัวเราอย่างนี้ เป็นพ่อเราเป็นแม่เราเป็นพี่เราเป็นน้องเรา อันนี้เป็นความจำที่ไม่ตรงกับความจริง เพราะความจริงแล้วเป็นเพียงดินน้ำลมไฟ ร่างกายนี้เป็นเพียงดินน้ำลมไฟ แต่เราไปจำว่าเป็นพ่อเป็นแม่เป็นพี่เป็นน้อง ความจริงตัวพ่อตัวแม่ตัวพี่ตัวน้องนี้ไม่ได้อยู่ในร่างกายแต่อยู่ในใจ ถ้าเราจำอย่างนี้แล้วเวลาร่างกายเขาตายแล้วจะได้ไม่ต้องร้องห่มร้องไห้ เพราะเรารู้ว่าเขาไม่ได้ตายไปกับร่างกาย แต่เราไม่จำอย่างนี้ เราไปจำว่าเขาอยู่ในร่างกาย พอร่างกายตายไปเขาตายไปด้วย แต่ความจริงเขาไม่ได้ตาย เขายังอยู่กับใจ ใจที่ไม่ได้ตายไปกับร่างกาย ใจเขาไปเกิดใหม่ได้ร่างกายอันใหม่ อันนี้เราจำผิดกัน

ที่มาปฏิบัติกันเพื่อมาแก้ความจำ จำให้มันถูก อย่าไปจำว่าเขาเป็นหมา เขาเป็นแมวอย่างนี้เข้าใจไหม เขาไม่ได้เป็นร่างกายเขาเขาเป็นใจ เขาอยู่ในใจเขาไม่ได้อยู่ในร่างกาย ถ้าเรารู้ว่าเขาอยู่ในใจ เราก็จะได้สบายใจ เวลาเขาตายแล้วเขายังไม่ได้ตายแต่ตัวใจเขาไม่ได้ตาย เหมือนเสื้อผ้าขาดยอย่างนี้เสื้อผ้าขาดเราก็เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ใช่ไหม ร่างกายมันตายไปก็เหมือนกับเสื้อผ้าที่ขาดไป ฉันใดเราจำผิด คือเราถูกสอนให้จำผิดก็เเล้วกัน พอเกิดมาก็มีแต่สอนว่าร่างกายนี้คือตัวเธอนะ มีชื่ออย่างนั้นมีชื่ออย่างนี้ แต่ความจริงมันไม่ใช่ ถ้าเราศึกษาแล้วเราก็จะเห็นว่าร่างกายนี้มันก็เป็นเพียง ดินน้ำลมไฟดีๆ นี่เอง

และเดี๋ยวมันก็กลับคืนสู่ดินน้ำลมไฟไป การละสักกายทิฏฐิ ความจำผิด ไปจำว่าร่างกายนี้เป็นตัวเราของเรา ต้องมาพิจารณาว่าร่างกายนี้มันเป็นเพียงดินน้ำลมไฟ ต้องมาเปลี่ยนความจำใหม่ เปลี่ยนความรู้ใหม่ ความเห็นใหม่ ทิฐิ ก็คือความเห็น ความเห็นก็เกิดจากความจำนี่เอง เห็นแล้วก็จำไป จำว่าเป็นตัวเราของเรา พออะไรเป็นตัวเราของเราก็หวงก็ห่วง พอหวงห่วงมันก็ทุกข์ ถ้าไม่ใช่เป็นของเราเราก็ทุกข์ใช่ไหม เมื่อกี้คุณบอกว่าเรื่องของคนอื่นนี้เราไม่ไปจำ ไม่ไปสนใจ ใครจะเป็นใครจะตายเราไม่เดือดร้อน แต่พอเป็นของเราขึ้นมานี้มันวุ่นวายขึ้นมาทันที พอเป็นพ่อเป็นแม่เราเป็นพี่เป็นน้องเรา เป็นภรรยาเราเป็นสามีเราเป็นบุตรเป็นธิดาเรานี้เดือดร้อนขึ้นมาทันที ทั้งๆ ทีมันก็เป็นดินน้ำลมไฟทั้งหมด ไม่มองที่ดินน้ำลมไฟกัน ธาตุ ๔ ต้องกลับมามองใหม่ ต่อไปนี้ร่างกายของทุกคนเป็นเพียงดินน้ำลมไฟ ตัวที่เขาสั่งให้ร่างกายพูดสั่งให้ร่างกายทำนี้ไม่ได้อยู่ในร่างกายอยู่ในใจ ใจไม่ได้ตายไปกับร่างกาย ใจก็ต้องไปตามบุญตามบาปที่ได้ทำเอาไว้ ถ้าตัดความโลภ ความโกรธ ความหลงได้ หยุดความอยากได้ ก็หยุดบาปหยุดบุญได้ไม่ต้องไปใช้บาปใช้บุญอีกต่อไป นี่คือตัวใจ

ธรรมะบนเขา วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

“กิจที่บำรุงความสุขให้จิตใจ”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต