ภาวนามยปัญญา

ถาม : ความหลงทำให้เราโลภ

พระอาจารย์: ต้องแก้ที่ความหลง

ถาม : ถ้าเราแน่ใจว่าเราหลง เราก็ตัดออกไป

พระอาจารย์ : ตัดด้วยปัญญา รู้ว่ามันไม่มีคุณค่าอะไร เราไปหลงมันเอง เป็นแค่ดินน้ำลมไฟเท่านั้นเอง มีอะไรไม่ใช่ดินน้ำลมไฟบ้าง ที่เราหลงกันอยู่ทุกวันนี้ ก็หลงดินน้ำลมไฟ ที่มาผสมผสานเป็นรูปเป็นร่าง เป็นคนนั้นคนนี้ เป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ เป็นดินน้ำลมไฟทั้งนั้น เหมือนกับขนมต่างๆ มันก็มาจากแป้งน้ำตาลนมไข่ ผสมกันให้เป็นขนมชนิดต่างๆ เป็นหญิงเป็นชายก็มาจากดินน้ำลมไฟ เป็นแผ่นดีวีดีเป็นหนังสือ ก็มาจากดินน้ำลมไฟทั้งนั้น เพียงแต่ส่วนผสมของดินน้ำลมไฟมันต่างกัน ส่วนไหนที่แข็งมากๆก็จะมีธาตุดินมาก ส่วนไหนที่อ่อนก็มีธาตุน้ำมาก ถ้าเป็นของเหลวธาตุดินแทบจะไม่มีเลย

ถาม : ถ้าเรามีปัญญาก็จะตัดได้

พระอาจารย์ : ก็ต้องลองดูว่าตัดได้หรือเปล่า เพราะปัญญามีหลายระดับ การได้ยินได้ฟัง อย่างในขณะนี้ก็เป็นปัญญาในระดับหนึ่ง ก็ตัดได้ในขณะนี้ แต่พอลุกไปแล้ว จะไม่เป็นอย่างนี้แล้ว

ถาม : พอ ๓ วันผ่านไป ก็ตัดไม่ค่อยได้

พระอาจารย์ : ไม่ต้องรอถึง ๓ วันหรอก พอออกไปจากศาลานี้แล้ว ก็อยากจะเปิดเพลงฟังก็ได้ ปัญญามี ๓ ชนิดด้วยกันคือ ๑. ปัญญาที่เกิดจากได้ยินได้ฟัง ก็ตัดได้ในขณะที่จำได้ ๒. ปัญญาที่เกิดจากความคิด ได้ยินได้ฟังแล้วเอาไปคิดต่อ จะได้ไม่ลืม คิดอยู่เรื่อยๆ ขณะใดที่คิดอยู่ขณะนั้นก็ตัดได้ แต่ในขณะที่ต้องไปคิดเรื่องอื่น กิเลสก็จะแทรกออกมา ความอยากก็ไหลออกมา จิตก็ไหลตามไปเลย แสดงว่าไม่ทันมันแล้ว นอกจากเป็นปัญญาชนิดที่ ๓. คือภาวนามยปัญญา ที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา ทุกขณะลมหายใจเข้าออก อย่างที่พระพุทธเจ้าทรงสอนพระอานนท์ว่า เธอต้องเจริญมรณานุสติทุกลมหายใจเข้าออก ถึงจะทำลายความกลัวตายได้

กัณฑ์ที่ ๓๓๕ วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐ (จุลธรรมนำใจ ๙)

“งานภายใน”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต