หมอดู

เราต้องเข้าหาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นี้จะสอนแต่เรื่องมรรคที่มีองค์ ๘ นี้เท่านั้น จะไม่สอนเรื่องอื่น จะไม่สอนให้ไปหาหมอดู จะไม่สอนให้ไปดูฮวงจุ้ย จะไม่สอนให้ไปเดินลอดใต้ถุนโบสถ์ จะไม่สอนให้ไปนอนในโลง จะไม่สอนให้ไปเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล ของพวกนี้มันไม่ใช่เป็นมรรค ไม่ได้ทำให้เราได้ไปสวรรค์ ไม่ได้ทำให้เราปลอดจากการไปเกิดในอบาย ปลอดจากการไปเกิดในนรก เราต้องเชื่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่าไปเชื่อหมอดู อย่าไปเชื่อคุณไสย อย่าไปเชื่ออะไรต่างๆ ที่ไม่เป็นสาระที่ไม่เป็นความจริง ความจริงอยู่ที่มรรคที่มีองค์ ๘ นี้เท่านั้น อยู่ที่กฎแห่งกรรม มรรคนี้มีไว้เพื่อทำให้เราปฏิบัติกรรมดี เพื่อผลดีที่จะตามมา ไม่ไปทำกรรรมไม่ดี เพื่อที่จะได้ไม่ต้องให้เกิดผลที่ไม่ดีตามมา ความจริงมีเท่านี้ นอกนั้นเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งนั้น หมอดูดวงดาวดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ ดวงดาวมันจะไปรู้เรื่องอะไร ดวงจันทร์มันจะไปรู้เรื่องอะไร เราไปตั้งชื่อมันขึ้นมาแล้วก็สมมุติมันว่ามันเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ แล้วชีวิตเราเป็นยังไง ไปหาหมอดูแล้วเป็นอย่างไร ดีตามที่เราอยากได้ดีหรือเปล่า เป็นมหาเศรษฐีได้หรือเปล่า ไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายได้หรือเปล่า ไม่ได้หรอก ของพวกนี้มันเป็นของที่ต้องเชื่อพระพุทธเจ้าเท่านั้น ถ้าไม่อยากแก่ไม่อยากเจ็บไม่อยากตายก็ปฏิบัติมรรค ๘ นี้ไป แล้วเดี๋ยวพอบรรลุแล้ว ก็ไม่ต้องกลับมาเกิด พอไม่กลับมาเกิดก็ไม่ต้องกลับมาแก่มาเจ็บมาตาย ถ้าไปหาหมอดูนี่จะต้องกลับมาเกิดมาแก่มาเจ็บมาตายนับไม่ถ้วนชาติรับรองได้ เพราะว่าหมอดูนี่เขาไม่รู้จักวิธียุติการเวียนว่ายตายเกิด มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เท่านั้นที่รู้

ดังนั้นขอให้เราเชื่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เท่านั้นพอ อย่าไปเชื่อพวกคนหูหนวกตาบอด ให้เชื่อคนตาดี คนตาดีในโลกนี้มีเพียงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์นี้เท่านั้น เพราะท่านเป็นผู้ที่สามารถเดินทางไปถึงที่ปลอดภัยได้ พวกเรานี้ยังเดินไปหากองทุกข์กองไฟกันอยู่เรื่อยๆ เพราะเรายังไม่เชื่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อย่างเต็มที่ เชื่อเพียงเล็กๆ น้อยๆ พอหอมปากหอมคอ ส่วนใหญ่ก็ยังไปเชื่อกิเลสตัณหา ความโลภ ความโกรธ ความหลงอยู่ เราจึงต้องร้องห่มร้องไห้กันอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าเราเชื่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วเราปฏิบัติตามได้อย่างเต็มที่ รับรองได้ว่าเราจะไม่มีวันร้องห่มร้องไห้อีกต่อไป จึงขอให้ท่านจงพยายามปลูกฝังศรัทธาความเชื่อในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยการหมั่นมาวัดมาฟังเทศน์ฟังธรรมแล้วก็ปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้ปฏิบัติ เพื่อที่จะได้เห็นผล พอเห็นผลว่าดีขึ้น จิตใจดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีความทุกข์น้อยลง มีความวุ่นวายใจน้อยลง ก็จะมีศรัทธาที่จะปฏิบัติเพิ่มมากขึ้นไป จนในที่สุดสามารถปฏิบัติได้เต็มที่เลย สามารถออกบวชได้ ออกบวชเป็นพระเป็นชี ปฏิบัติได้อย่างเต็มที่ จนบรรลุเป็นพระอรหันต์ไปในที่สุด เกิดขึ้นอยู่ที่เรามีศรัทธาความเชื่อแล้วมีความเพียรพยายามที่จะมาฟังเทศน์ฟังธรรมมาปฏิบัติธรรมอยู่เรื่อยๆ

ในปีใหม่นี้ถ้าเราอยากจะให้ชีวิตของเราดีขึ้นไปตามลำดับก็ขอให้เราเชื่อพระพุทธเจ้า และมีความเพียรที่จะศึกษาปฏิบัติตามคำสอน แล้วรับรองได้ว่าชีวิตของเราจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ความสุขจะมีมากขึ้นไป ความทุกข์จะมีน้อยขึ้นไปอย่างแน่นอน นี่คือของแท้ของจริง ไม่ใช่เจริญด้วยลาภยศสรรเสริญ เพราะการเจริญลาภยศสรรเสริญนี้จะนำไปสู่ความทุกข์ที่จะตามมา เพราะลาภยศสรรเสริญนี้มีวันที่จะต้องเสื่อมไป เวลาเสื่อมไป ความสุขที่ได้จากลาภยศสรรเสริญก็จะกลายเป็นกองทุกข์ขึ้นมา ดังนั้นความเจริญทางลาภยศสรรเสริญจึงไม่ใช่เป็นความเจริญที่แท้จริง ความเจริญที่แท้จริง ต้องเจริญที่ใจความสุขที่ใจ ความทุกข์ที่ใจน้อยลงไปเท่านั้น.

ธรรมะในศาลา วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๘

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต