อยากบวช แต่พ่อแม่ไม่อนุญาต

ถาม : ในชีวิตประจำวันของเรา พยายามให้มีสติอยู่กับกาย ทีนี้ฆราวาสบางทีมันก็มีกิจการงานหน้าที่ มันก็อาจจะไม่อยู่กับกายตลอดเวลา อย่างนี้มีวิธีแก้

พระอาจารย์ :ก็ต้องไปบวชเท่านั้นแหละ เป็นฆราวาสทำไม บวชดีกว่าเยอะแยะ คุณจะเอาทั้ง ๒ อย่างด้วยไม่ได้ จะเอาเงินด้วยและจะเอาธรรมะด้วย มันไปด้วยกันไม่ได้หรอก ต้องเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง

ถาม : ต้องเลือกเอา

พระอาจารย์ : ถ้าจะเอาธรรมะก็ต้องทิ้งเงินทอง ทิ้งความสุขทางโลกไป ถ้าจะเอาทั้ง ๒ อย่างก็ครึ่งๆ กลางๆ จะร้อนก็ไม่ร้อน จะเย็นก็ไม่เย็น คนเขาถึงบวชกันไง เข้าใจไหม ตอนต้นเขาก็เป็นฆราวาสเขาก็ปฏิบัติในฐานะของฆราวาส พอปฏิบัติไปแล้วเขาก็จะรู้ขอบเขตว่ามันเต็มที่แล้ว อยู่อย่างนี้ก็จะไม่ก้าวหน้าไปมากกว่านี้ เหมือนกับเราปลูกต้นไม้ในกระถาง ปลูกไปแล้วต่อไปก็จะรู้ว่ามันจะไม่ใหญ่ไปกว่านี้หรอก ถ้าอยากจะให้ต้นไม้ใหญ่กว่านี้ก็ต้องเอาออกจากกระถางเอาออกไปลงดิน

ถาม : ทีนี้ปัญหาคือพ่อแม่อยากให้ดำเนินชีวิตทางโลก แต่เราก็อยากจะมาทางธรรมอย่างนี้มันค้านกันอยู่

พระอาจารย์ : ก็เราเป็นเรา พ่อแม่ก็เรื่องของพ่อแม่ เรื่องของเราก็เรื่องของเราซิ

ถาม : อย่างนี้ถ้าจะบวชก็ต้องให้พ่อแม่อนุญาต

พระอาจารย์ : ถ้าโตแล้วไม่ต้องก็ได้หรอก ที่เขาให้พ่อแม่อนุญาตนี้หมายถึงยังเด็กกลัวจะถูกหลอกลวงไป

ถาม : อย่างนี้ไม่ต้องก็ได้แล้วอุปัชฌาย์จะว่าไหมครับ

พระอาจารย์ : ก็ลองไปดูซิ ที่เขาให้พ่อแม่อนุญาตก็กลัวว่าจะถูกหลอกหรืออะไรมา คุณบรรลุนิติภาวะคุณเป็นพ่อเป็นแม่แล้วยังต้องให้พ่อแม่มาอนุญาตทำไม

ถาม : บางทีอุปัชฌาย์บอกว่าถ้ายังมีพ่อแม่อยู่ต้องให้พ่อแม่อนุญาตก่อน เหมือนกับพระพุทธเจ้าก็สั่งไว้ว่า ถ้าพ่อแม่ไม่อนุญาตก็คือไม่ยอมให้บวช

พระอาจารย์ : ถ้าคุณอยากจะบวชจริงๆ ปัญหานี้จะไม่เป็นปัญหาหรอก คุณอยากจะได้อะไร ปัญหาต่างๆ นี้คุณสามารถหาวิธีข้ามมันไปได้ ก็ลองไปถามถ้าผมโกหกนี้ ผมบวชแล้วจะจับผมสึกได้หรือเปล่า เขาก็จับเราสึกไม่ได้พอเราบวชแล้ว จะจับเราสึกได้ก็ต่อเมื่อเราไปทำปาราชิก ๔เท่านั้นเอง

ถาม :ที่วัดนี้ก็วบวชได้ใช่ไหมครับถ้าพ่อแม่ไม่ยอม

พระอาจารย์ : ก็เราบอกแล้วไง ชี้โพรงให้กระรอกแล้วก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง จะให้เราบอกตรงๆ มันไม่ได้หรอก เข้าใจไหม อย่างทีเวลาไปโกหกเมียว่าไม่ไปเที่ยวอย่างนี้โกหกได้ เวลาจะโกหกเพื่อไปบวชนี้โกหกไม่ได้ แหมอยากจะรักษาศีลอย่างเต็มที่ขึ้นมา ใช่ไหม คิดดูโกหกบางอย่างมันไม่เป็นโทษไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร เขาเรียกว่ากุศโลบาย

ถาม: ทีนี้ปัญหาคือว่ากลัวพ่อแม่เสียใจอย่างนี้ครับ จะทำอย่างไรครับ

พระอาจารย์ : เราจะทำอะไรเขาก็เสียใจอยู่ดีนั่นแหละ ไปกินเหล้าเขาก็เสียใจ ไปเที่ยวเขาก็เสียใจ ไปมีเมียน้อยเขาก็เสียใจ ดังนั้นอย่าไปกังวลเรื่องใจของเขา ถ้าเราทำความดี พระพุทธเจ้า พ่อแม่ก็เสียใจไม่ใช่หรือ พ่อก็เสียใจไม่ใช่หรือ ลูกก็เสียใจ เมียก็เสียใจ ถ้าพระพุทธเจ้ากลัวคนอื่นเสียใจ ก็ไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า เวลาจะทำความดีรู้สึกมันมีอุปสรรคเยอะเเยะเลย เวลาจะกินเหล้านี้มันอุปสรรคไม่มีเลย ใครจะมาขวางมาพูดนี้ไม่สนใจเลยใช่ไหม พ่อแม่ขอร้องอย่างไรก็จะกินอยู่ดี พอจะบวชพอจะทำความดีสักหน่อยมีเรื่องขึ้นมาทันทีเลย.

ธรรมะบนเขา วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

“ส่วนประกอบของชีวิต”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต