การทำจิตให้มันสงบนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ถึง ๔๐ วิธี

ถาม : การบริกรรมพุทโธกับการดูลมหายใจแบบไหนสามารถไปได้ดีกว่ากันครับ ผมไม่แน่ใจว่าควรปฏิบัติแบบไหนดีกว่าผมสับสนครับ จิตสงบแค่ตอนแรกๆทั้งสองวิธี

พระอาจารย์ : ก็ได้วิธีไหนก็ได้วิธีใดทำให้จิตสงบก็ได้ทั้งนั้น เพราะว่าการทำจิตให้มันสงบนี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ถึง ๔๐ วิธีด้วยกันที่เรียกว่า กรรมฐาน๔๐วิธีสองวิธีนี้อยู่ในกลุ่มของอนุสติ เช่น ดูลมหายใจก็เรียกว่าอานาปานสติ ถ้าบริกรรมพุทโธก็เรียกว่าพุทธานุสติ ถ้าระลึกถึงพระธรรมคำสอน หรือท่องบริกรรมธัมโมก็เรียกว่า ธัมมานุสติ สังฆานุสติก็ระลึกถึงพระสงฆ์หรือระลึกถึงคำว่าสังโฆ ดังนั้นวิธีไหนก็ได้เป็นอุบายที่จะนำใจให้เข้าสู่ความสงบได้เหมือนกันเพียงแต่ว่าจริตของคนนี้อาจจะมีความชอบ มีความถนัดในกรรมฐานที่ไม่เหมือนกัน

บางท่านก็ถนัดกับการดูลมหายใจก็ดูลมหายใจไป บางท่านถนัดกับการบริกรรมพุทโธก็บริกรรมพุทโธไป บางท่านก็ชอบผสมกันเช่น เอาทั้งพุทโธเอาทั้งลมหายใจ เวลาลมหายใจเข้าก็ว่าพุท หายใจออกก็ว่าโธ อันนี้ก็ได้ทั้งนั้นสุดแท้แต่จริต การกระทำแบบไหนไม่สำคัญ สำคัญว่าได้ผลหรือไม่ และจะได้ผลหรือไม่ได้ผลนี่บางครั้งก็ไม่ได้อยู่ที่การใช้แบบใดแบบหนึ่ง การที่ไม่ได้ผลส่วนใหญ่ ก็เพราะว่าไม่มีสตินั่นเอง ไม่ได้อยู่กับการบริกรรมอย่างจริงจัง อยู่กับพุทโธได้สองสามคำแล้วก็ลอยไปคิด เรื่องนั้นเรื่องนี้ อยู่กับลมได้สองสามเฮือกก็หายไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถ้าทำอย่างนี้แล้วต่อให้ใช้กรรมฐาน แบบไหนก็จะไม่เกิดผล

จะเกิดผลก็ต่อเมื่อจิตเราจดจ่ออยู่กับงานที่เรากำหนดให้จิตทำ ถ้าให้ดูลมก็ต้องดูลมอย่างเดียว ถ้าบริกรรมพุทโธก็ต้องบริกรรมพุทโธไปอย่างเดียวไม่ให้คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะเข้าสู่ความสงบได้ อย่างรวดเร็วง่ายดาย.

ธรรมะบนเขา วันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖

“ยาของพระพุทธศาสนา”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต