หน้าที่หลักๆของเรา มี ๒ อย่างเท่านั้น คือดูแลรักษาร่างกายและใจ

ถาม : ก็แต่งงานมีสามีไปแล้วนี่เจ้าค่ะ

พระอาจารย์ : ก็ตัดใจซิ ว่าเขาไม่ใช่ลูกเรา ไม่ใช่สามีเรา เป็นเพียงเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายเท่านั้น อยู่ร่วมกันด้วยความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักกันได้แต่อย่าไปยึดติด อย่าไปอยากให้เขาเป็นตามที่เราต้องการ ก็คนอื่นเขาเป็นอะไรเราไม่เห็นเดือดร้อนเลย พอมาเป็นสามีเป็นลูกเราเท่านั้น ต้องเป็นเรื่องทันที ก็เพียงแต่ทำใจ หัดทำใจ ว่าเป็นเหมือนคนอื่นก็แล้วกัน แต่อยู่ด้วยกันอย่างเพื่อน เพื่อนร่วมหอเพื่อนร่วมบ้าน ช่วยดูแลกัน อยู่คนเดียวอาจจะมีคนอื่นรบกวนเราได้ ก็มีเพื่อนไว้คอยช่วยปกป้องคุ้มครอง ก็มีความสุขได้ เพียงแต่เปลี่ยนทัศนะของเราเท่านั้นเอง อย่าไปครอบครอง ส่วนใหญ่พอได้อะไรมาแล้วจะเป็นตัวกูของกูขึ้นมาทันที จะต้องทำตามที่เราสั่งที่เราต้องการทันที พอไม่ได้ดังใจความรักที่เคยมีก็กลายเป็นความเกลียดชังขึ้นมาทันที เพราะความหลง ไม่มีปัญญา ไม่รู้จักคิดกัน ปล่อยให้ไหลไปตามอารมณ์ความอยาก ที่เป็นตัวร้ายกาจที่สุด ได้อะไรมาก็ไม่เคยพอใจสักที ให้ทำอย่างนี้ก็ไม่พอใจ ทำอย่างนั้นก็ไม่พอใจ ถ้าชอบอาหารชนิดนี้ ก็ทำให้กินทุกวันก็เบื่อ ก็ว่าเขาอีก เขาก็ตอบว่าเห็นว่าชอบไม่ใช่หรือ ก็เลยทำให้กินทุกวัน ความอยากจะเป็นอย่างนี้ ไม่เคยอยากได้ในสิ่งที่มี สิ่งที่มีเหมือนกับของตายแล้ว ชอบของเป็นๆ ชอบลุ้น จะได้หรือไม่ได้หนอ มีความสุข ตื่นเต้น พอได้มาแล้วก็หมดความอยากแล้ว ก็หาของใหม่อีก

นี่คือตัณหาความอยาก ต้องเห็นโทษของมัน อย่าไปหลงตามมัน ให้ใช้เหตุผลทุกครั้งที่อยากจะได้อะไร ให้พิจารณาว่ามีความจำเป็นไหม ถ้ามีความจำเป็นต่อการดูแลอัตภาพร่างกาย ก็หามา มีความจำเป็นต่อการดูแลจิตใจ ก็ทำไป เช่นต้องนั่งสมาธิ ต้องเดินจงกรม เจริญปัญญา จำเป็นไหม ถ้าจำเป็นต่อจิตใจ ก็ไม่เป็นตัณหา เป็นมรรค เป็นเครื่องดับทุกข์ดับปัญหาต่างๆ ทางร่างกายก็เช่นกัน ถ้าต้องกินอาหาร ก็ต้องมีอาหาร แต่ให้รู้จักประมาณ ไม่น้อยเกินไป ไม่มากเกินไป ให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย เสื้อผ้าก็เช่นเดียวกัน ก็ให้พอดีกับความจำเป็น ความต้องการ บ้านกับยารักษาโรคก็เช่นกัน ถ้ามีความจำเป็นก็ต้องมี เพราะหน้าที่ของเราที่แท้จริงก็มีอยู่ ๒ อย่างเท่านั้นคือ ดูแลรักษากายกับใจของเรา กายก็ต้องดูแลรักษาให้อยู่ได้ ไม่ให้ชำรุดทรุดโทรมก่อนเวลาที่ควร ใจก็ยิ่งต้องรักษาใหญ่ เป็นงานหลัก เป็นงานหนักด้วย เป็นงานที่สำคัญที่สุด เพราะถ้ารักษาใจได้แล้วปัญหาต่างๆจะหมดสิ้นไป เช่นพระพุทธเจ้ากับพระอรหันต์ ที่เป็นพระพุทธเจ้ากับพระอรหันต์ขึ้นมาได้ก็เพราะท่านดูแลรักษาใจ กำจัดความโลภความโกรธความหลง ความอยากต่างๆ จนหมดไปจากจิตจากใจ เพราะความโลภความโกรธความหลงความอยากต่างๆนี้แล เป็นต้นเหตุของปัญหาของใจ ที่สร้างความทุกข์สร้างความวุ่นวายใจ กระวนกระวายใจ เวลาร่างกายเป็นอะไร ก็เกิดจากตัณหา จากความอยากทั้งนั้น เวลายังมีชีวิตอยู่เพียงแต่คิดถึงความตายก็ทุกข์แล้ว ก็เกิดจากตัณหาทั้งนั้น ถ้ากำจัดได้แล้ว จะไม่มีปัญหาอีกต่อไป

หน้าที่หลักๆของเราจึงมี ๒ หน้าที่เท่านั้น คือดูแลรักษาร่างกายและใจ จะดูแลรักษาร่างกาย ก็ต้องมีรายได้ ก็ต้องทำงานทำการ แต่อย่าไปทำจนหลงผิดไป หาเงินหาทองร่ำรวยใช้ไป ๑๐ ชาติก็ไม่หมด อย่างนี้ไม่รู้จะหาไปทำไม หามาพอดูแลอัตภาพร่างกาย แล้วให้มีเวลาได้ทำบุญปฏิบัติธรรม มีเงินทำบุญทำทาน มีเวลาปฏิบัติธรรม จึงต้องมีร่างกายไว้ทำงานทางด้านจิตใจ ไม่มีร่างกายก็ปฏิบัติธรรมไม่ได้ ไปเกิดในอบายก็ทำอะไรไม่ได้ ไปเกิดบนสวรรค์ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอบายเป็นที่ใช้บาปใช้กรรม สวรรค์ก็เป็นที่รับรางวัลของบุญกุศล มีภพชาติของมนุษย์เท่านั้นที่สามารถทำภารกิจทางด้านจิตใจให้เสร็จสิ้นไปได้ เมื่อได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว จึงควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่าเกิดมาทำไม คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม ถ้าไม่ได้เจอพระพุทธศาสนาจะไม่รู้ ถ้าไม่ได้ยินได้ฟังธรรมะจะไม่รู้ ก็จะไหลไปตามความอยากในลาภยศสรรเสริญสุขกัน แล้วก็ทุกข์วุ่นวายกัน เพราะมีทั้งเจริญและเสื่อม เวลาเจริญก็ดีอกดีใจ เวลาได้งานได้การได้เงินเดือนเพิ่มก็ดีใจ พอถูกปลดออกก็เสียใจ จึงไม่ควรกังวลกับเรื่องตกงาน หาอะไรทำได้ก็ทำไป ถ้าต้องล้างชามก็ล้างไป เป็นงานที่มีศักดิ์ศรี ดีกว่าไปลักไปขโมย ไปโกหกหลอกลวงผู้อื่น.

กัณฑ์ที่ ๒๗๕ วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๙ (จุลธรรมนำใจ ๗)

“พ่อแม่ครูจารย์”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต