พิจารณาอสุภะ

ถาม : ท่านอาจารย์ค่ะ มีปัญหาฝากมาถามว่า ในการพิจารณาอสุภะนี้ ต้องตั้งเป็นรูปขึ้นมา เหมือนนิมิตที่เกิดในสมาธิหรือไม่

พระอาจารย์ : ถ้ามองไม่เห็นก็ต้องสร้างมันขึ้นมา ไปดูการผ่าศพก่อนก็ได้ ไปดูที่งานศพก็ได้ อย่างอาตมาตอนไปอยู่ใหม่ๆก็ไปสวดงานศพ ชาวบ้านทางอีสานเวลาเผาศพ จะไม่มีโลงไม้ปิดมิดชิด จะเป็นโลงกระดาษแปะโครงไม้ ไม่มีฝา เวลาเผา ก็ตั้งบนกองฟืน เอาไม้ ๒ ท่อนทับโลงไว้ เวลาไฟเผาร่างกายจะดีดขึ้นมา ก็ไปพิจารณาดูคนตายอยู่เรื่อยๆ ถ้านึกภาพไม่ออกก็ต้องไปดูของจริง ดูของจริงแล้วก็เอามาคิดเอามาเจริญอยู่เรื่อยๆอยู่ในใจ ว่าสักวันหนึ่งร่างกายเราก็ต้องเป็นอย่างนี้

ถาม : ถ้าไม่เห็นด้วยตาใน

พระอาจารย์ : สมัยนี้มีหนังสือเปิดดูได้ หรือจะไปดูที่วัดบวรฯ ก็มีพิพิธภัณฑ์ เอาเด็กดองอยู่ในขวด แล้วก็มีภาพอสุภะให้ดู หรือไปดูการผ่าศพที่โรงพยาบาลศิริราชหรือโรงพยาบาลตำรวจก็ได้

ถาม : ในเวปไซด์ก็มี

พระอาจารย์ : ต้องรู้ว่าดูเพื่ออะไร ถ้ายังไม่รู้เรื่อง ก็จะไม่เข้าใจว่าดูไปทำไม เพราะเป็นเหมือนยาขม เหมาะกับคนที่ต้องการจะละ ต้องการถือศีล ๘ ไม่อยากครองเรือน เช่นนักบวช ก็จะมีประโยชน์ ผู้ที่เพิ่งเริ่มปฏิบัติก็อาจจะไม่เหมาะ ควรทำจิตให้สงบก่อน แล้วค่อยพิจารณา จึงจะเห็นคุณค่าของการเจริญปัญญา ว่าช่วยรักษาใจให้สงบระงับจากความโลภความยินดีต่างๆได้ เวลามีความกำหนัดยินดีในกาม จะทรมานใจ อยู่ไม่เป็นสุข ก็อยากจะกำจัด ถึงตอนนั้นก็จะเหมาะกับการพิจารณาอสุภะ ธรรมะแต่ละขั้น ถ้าใช้ผิดขั้นตอนก็ทำให้เสียได้ คือสติแตก หรือหมดศรัทธา เพราะใช้ยาแรงกว่าจะรับได้ ยังไม่อยู่ในขั้นที่จะใช้ยานั้น ก็อย่าเพิ่งใช้ ในเบื้องต้นจึงควรทำบุญทำทาน ลดละการยึดติดในสมบัติข้าวของเงินทองก่อน รักษาศีลให้บริสุทธิ์ ทำจิตให้สงบ แล้วค่อยเจริญปัญญา

กัณฑ์ที่ ๒๗๖ วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๐ (จุลธรรมนำใจ ๗)

“กินเพื่ออยู่”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต