อย่าปล่อยให้คิดปรุงเเต่ง

ถาม : พระอาจารย์คะอย่างเวลาที่เราเหมือนกับปลีกวิเวกแล้วเราทำสมาธิเดินจงกรมทั้งวันอย่างนี้นะคะ มันจะมีช่วงเบื่อน่ะค่ะพระอาจารย์ เพราะว่าเราไปฝืนสิ่งที่เราเคยทำ

พระอาจารย์ : ไม่หรอก เราเผลอเราไม่ทำต่อ เราไปคิดปรุงแต่ง ถ้าเราภาวนาต่อมันก็จะไม่เบื่อ พอมันเบื่อต้องรีบภาวนาทันที ต้องนั่งทันทีต้องพุทโธทันทีหรืออะไรทันทีอย่าปล่อยให้มันคิดปรุงแต่ง พอมันคิดปรุงแต่งแล้วมันก็จะเบื่อ เราผ่านมาแล้วเรารู้กลมัน พอเราภาวนานั่งสมาธิปั๊บมันก็หายไป ความเบื่อ
ก็หายไป พอใจสงบไม่คิดปรุงแต่งมันก็หายไป

ถาม: ลูกก็เดินจงกรมเยอะมากแต่ว่านั่งสมาธิน้อย ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ

พระอาจารย์ : แล้วแต่ได้ทั้งนั้นน่ะ ขอให้ใจไม่เบื่อไม่ทุกข์ก็แล้วกันวิธีไหนก็ได้ แต่ถ้าอยากให้จิตรวมเข้าสู่ความสงบอย่างเต็มที่ก็ต้องนั่ง เพราะการเดินนี้จะทำให้รวมยากไม่ค่อยรวมเท่าไหร่ เพราะยังต้องเคลื่อนไหวอยู่ ร่างกายต้องเคลื่อนไหวใจต้องทำงาน เวลานั่งเฉยๆนี้ไม่ต้องใช้ใจควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ใจก็จะได้ปล่อยวางร่างกายได้อย่างเต็มที่

ยกเว้นในกรณีพิเศษเช่น หลวงปู่ชอบนี้ท่านเดินธุดงค์ในป่าตอนกลางคืนท่านก็เดินจงกรมไป พอท่านเดินไปจ๊ะเอ๋กับเสือ เสือมันก็เลยบังคับให้จิตของท่านรวม เพราะท่านมีสติพอเห็นเสือปั๊บ ใจมันก็วุ้บเข้าไปข้างในเลย ดิ่งเข้าไปสงบ เสือก็หายไปร่างกายก็หายไป พอออกมาจากสมาธิเทียนที่จุดไว้ก็มอดไปหมดแล้ว ท่านถือโคมไฟ โคมผ้ามีเทียนอยู่ข้างใน พอเจอเสือปั๊บจิตมันก็ดิ่งเข้าข้างในเลยหลบรวม ร่างกายก็หายไปเสือก็หายไป พอถอนออกมาเห็นตัวเองยืนถือโคมไฟอยู่ แต่เทียนที่อยู่ในโคมไฟนั้นไหม้หมดไปแล้วเสือก็หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เสือไม่ทำอะไรเพราะท่านเป็นเหมือนต้นไม้ ท่านยืนอยู่เฉยๆแต่ถ้าวิ่ง มันคงจะไล่ตาม แล้วมันจะรวมได้เฉพาะช่วงที่มันมีเหตุการณ์วิกฤต และสติต้องดี ถ้าสติไม่ดีสติแตกก็วิ่งเลยละ หรือเป็นลมเลยแต่ถ้าสติดีมันจะประคับประคองจิตให้เข้าข้างในอันนี้เป็นวิธีเขาเรียกกรณีพิเศษ

การเดินจงกรมส่วนใหญ่จะไม่รวม แต่สงบได้บางทีเดินไปแล้วจิตก็จะเป็นอุเบกขาขึ้นมา รู้สึกเดินแบบเดินบนเมฆเลยละ เดินแล้วรู้สึกว่ามันเบาตัวเบา เท้าที่เหยียบบนพื้นก็นิ่มไปหมดเลย ใจก็รู้สึกเบาสบาย ไม่รู้สึกเหนื่อย ไม่รู้สึกเมื่อยอะไรเลย อย่างนี้ก็เกิดขึ้นได้เวลาใจสงบจากการเดินจงกรม

ธรรมะบนเขา วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๖

“ความสุขจากความสงบ”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต