สมุทัยสัจ

ในพระอริยสัจข้อที่ ๒ คือ สมุทัยสัจ ต้นเหตุของความทุกข์ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ว่าสมุทัยต้นเหตุของความทุกข์ได้แก่ตัณหา ๓ คือ ๑. กามตัณหา ความอยากในกาม ๒. ภวตัณหาความอยากมีอยากเป็น ๓. วิภวตัณหา ความอยากไม่มีอยากไม่เป็น ตัณหาทั้ง ๓ นี้เป็นต้นเหตุของความทุกข์ใจ ใครก็ตาม ใจดวงใดก็ตาม ถ้ามีตัณหาทั้ง ๓ นี้อยู่ภายในใจแล้ว ย่อมหนีความทุกข์ไปไม่พ้น จะต้องมีความทุกข์อยู่เสมอ ทุกครั้งที่เกิดตัณหาความอยาก ความทุกข์ก็จะตามมา เปรียบเหมือนกับการเปิดสวิทซ์ไฟ เวลาเราเปิดสวิทซ์ไฟ ไฟก็จะเปิดขึ้นมา ถ้าเราดับ สวิทซ์ไฟ ไฟก็จะดับ ฉันใดความทุกข์จะดับได้ก็ต้องละตัณหาคือความอยาก ตัณหาถ้ามีมากภายในใจความทุกข์ก็จะมีมาก ถ้ามีตัณหาน้อยความทุกข์ก็จะมีน้อย ถ้าไม่มีตัณหาเลยความทุกข์ก็จะไม่มีเลย

นี่เป็นอริยสัจ เป็นความจริงที่ประเสริฐ เป็นความจริงที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้วนำมาสั่งสอนสัตว์โลกทั้งหลาย เนื่องจากทรงเห็นว่าสัตว์โลกนั้นยังหลงอยู่กับตัณหาทั้ง ๓ นี้อยู่ ยังไม่เคยเห็นโทษของตัณหาทั้ง ๓ นี้ ว่าเป็นต้นเหตุของความทุกข์ เป็นเหมือนกับไฟที่เผาผลาญใจของสัตว์โลกทั้งหลายไม่ให้มีความสุข ความสงบได้เลย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่ทรงมีความสงสารต่อสัตว์โลกทั้งหลาย มีความปรารถนาที่จะให้สัตว์โลกทั้งหลายหลุดพ้นจากความทุกข์ ซึ่งไม่ใช่เป็นสิ่งที่ยากเย็นลำบากเหลือวิสัยของสัตว์โลกทั้งหลายที่จะปฏิบัติกันได้ พระพุทธองค์จึงได้สละเวลาตลอด ๔๕ พรรษา ชีวิตที่เหลืออยู่หลังจากการตรัสรู้ของพระองค์แล้ว มาสั่งสอนสัตว์โลกทั้งหลายให้เข้าใจ ให้เข้าถึงพระอริยสัจนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอริยสัจข้อที่ ๒ คือสมุทัยสัจที่แสดงไว้ว่า ความทุกข์เกิดขึ้นจากตัณหา คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา

ผู้ที่ปรารถนาความสิ้นทุกข์จำต้องละตัณหา ตัณหาเป็นสิ่งที่ละได้ เครื่องมือที่จะใช้ละก็คือมรรคสัจ เป็นอริยสัจองค์ที่ ๔ ถ้ามีมรรคสัจแล้ว มรรคสัจก็จะไปชำระตัณหาทั้ง ๓ ให้สลายออกไปจากจิตจากใจ เมื่อตัณหาทั้ง ๓ ถูกสลายด้วยมรรคสัจแล้ว นิโรธคือความดับทุกข์ซึ่งเป็นสัจจะข้อที่ ๓ คือนิโรธสัจก็จะปรากฏขึ้นมาในจิตในใจของบุคคลนั้นๆ ที่ได้เจริญมรรคโดยสมบูรณ์แล้ว อย่างพระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกทั้งหลาย ที่ได้ทรงเจริญมรรคสัจถึงพร้อมบริบูรณ์แล้ว จึงมีอำนาจที่จะละสมุทัยสัจ ต้นเหตุของความทุกข์ได้ เมื่อต้นเหตุของความทุกข์ถูกทำลายไปหมดแล้ว นิโรธคือความดับทุกข์ก็ปรากฏขึ้นมาในใจของพระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกทั้งหลาย.

กัณฑ์ที่ ๑๐๐ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ (กำลังใจ ๖)

“สมุทัยสัจ”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต