ธรรมะรักษาโรคใจ

มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะรักษาโรคใจได้ก็คือ พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เรียกว่าธรรมะโอสถ

ธรรมะโอสถก็คือสิ่งที่เราได้ยินได้ฟังอยู่ขณะนี้ กำลังให้ยาแก่ใจอยู่ที่ว่าเมื่อเรารับยาไปแล้ว เราจะเอาไปรับประทานหรือไม่ ถ้าเราเอาไปรับประทานเราก็จะได้พิสูจน์ว่ายาของพระพุทธเจ้านี้มีผลอย่างไร สามารถดับโรคใจ สามารถรักษาโรคใจของเราได้หรือไม่ เช่นใจของเราจะหายจากความกังวลใจหรือไม่ หายจากความเสียใจหรือไม่ หายจากความวุ่นวายใจหรือไม่ หายจากความเศร้าโศกเสียใจหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เราพิสูจน์ได้อยู่ที่ตัวเราอยู่ที่ว่าเรา จะนำเอามาพิสูจน์หรือไม่

ดังนั้นเมื่อเราฟังแล้วก็อย่าฟังเฉยๆ ฟังเข้าหูซ้ายแล้วก็ออกหูขวาแล้วก็ไม่นำเอาไปปฏิบัติตาม การที่จะนำเอาไปปฏิบัติต่อก็คือเอาไปทบทวนเอาไปพินิจพิจารณาสิ่งที่ได้ยินได้ฟังแล้วนำเอามาใช้กับตัวเราเอง มาดูว่าส่วนไหนของเราที่เป็นเหตุที่ทำให้เราวุ่นวายใจ เราก็นำเอามาชำระมันเสีย เช่นเราชอบดื่มสุรายาเมา เวลาดื่มสุราแล้วเป็นอย่างไรมีความสุขหรือมีความทุกข์ สุขก็มีเดี๋ยวเดียวแล้วก็มีความทุกข์ตามมา ถ้าเราลองเลิกดื่มสุราดูตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ละเว้น ให้ละเว้นการดื่มสุราลองละเว้นดูว่า จะรู้สึกอย่างไรจะดีกว่าตอนที่ดื่มสุราหรือไม่ ถ้าเราชอบเล่นการพนันก็ลองละเว้นการเล่นการพนันดู ชอบเที่ยวกลางคืนก็ลองละเว้นการเที่ยวกลางคืนดู

ชอบความเกียจคร้านก็ลองเลิกความเกียจคร้านดูหันมาให้มีความขยันหมั่นเพียร ดูว่าชีวิตของเราจะมีความแตกต่างหรือไม่ ดูว่าเราจะมีความสุขมากกว่าเดิมหรือไม่ มีความทุกข์น้อยกว่าเดิมหรือไม่ นี่แหละคือมงคลที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ไหน อยู่ที่กาย วาจา ใจของเราเท่านั้นที่น้อมเอาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นแบบฉบับ เป็นมาตรฐาน เป็นผู้นำทาง

เรียกว่ามงคลของชีวิตอยู่ตรงนี้ ไม่ได้อยู่ที่วัตถุมงคลที่สร้างขึ้นมาด้วยวัตถุต่างๆ เช่นเอาดินมาปั้นเอาเหล็กมาหลอมเพื่อให้เป็นรูปของพระอย่างนี้ เหล่านี้เรียกว่าวัตถุมงคล แต่ไม่ใช่ตัวมงคล ต่อให้ห้อยพระอยู่ ๑๐๐ องค์รอบคอก็ไม่มีความมงคลเกิดขึ้นมาจากการห้อยพระ เพราะจุดประสงค์ของการห้อยพระนี้มีอยู่อย่างเดียวคือเตือนสติให้เราระลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้เราพินิจพิจารณาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่เรื่อยๆ แล้วนำเอาไปปฏิบัติกับกาย วาจา ใจของเรา เอาไปชำระสิ่งที่เป็นสิ่งที่บกพร่องที่มีอยู่ใน กาย วาจา ใจ ของเรา

ถ้าเราชอบพูดปดเราก็เอามาชำระอย่าไปพูดปด ถ้าเราชอบพูดคำหยาบก็เอามาชำระอย่าไปพูดคำหยาบ ถ้าเราชอบพูดเพ้อเจ้อก็อย่าไปพูดเพ้อเจ้อ นี่คือการเอาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเข้ามาชำระหรือเอาเข้ามารักษาใจของเรา เพื่อใจของเราจะได้สงบจะได้เย็น จะได้มีความสุขจะได้ไม่ต้องทุกข์กับเรื่องอะไร

นี่คือการเอาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาสร้างประโยชน์ให้กับตัวเรา การฟังธรรมนี้เป็นเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ได้ฟังแล้วยังไม่พอ ต้องนำเอาสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาปฏิบัติแล้วจะเห็นผล เหมือนกับรับยามาแล้วต้องเอามารับประทาน ถ้ารับมาแล้วไม่รับประทานโรคก็จะไม่หาย ถ้ารับประทานอย่างน้อยก็จะรู้ว่าหายหรือไม่หาย ถ้าไม่หายต่อไปก็จะได้ไม่ต้องรับประทานยาอย่างนี้อีก

ขอให้ลองเอาธรรมะโอสถพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏบัติกับเรา เช่นเอามาชำระกาย วาจา ใจของเรา เราชอบทำบาปก็ละเว้นเสีย เราเคยทำบาปก็ละเว้นเสีย เคยตบยุงเคยฆ่ามดเคยยิงนกตกปลา ก็ละเว้นเสีย เคยลักทรัพย์เคยหยิบข้าวของๆ คนอื่น โดยที่ไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของก็ลองหยุดทำเสีย เคยไปยุ่งกับสามีภรรยาของคนอื่นก็หยุดยุ่งเสีย เคยพูดปดมดเท็จโกหกหลอกลวงก็ลองหยุด เคยเสพสุรายาเมาก็ลองหยุดดู แล้วดูว่าจิตใจของเราจะมีความรู้สึกอย่างไร จะสบายใจขึ้นจะเบาใจขึ้นจะทุกข์น้อยลงหรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่เราสามารถพิสูจน์ได้ ถ้าเราไม่พิสูจน์เราก็จะไม่มีทางรู้ เกิดมาทั้งทีได้มาเจอพระพุทธศาสนาได้มาเกิดเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นที่ยากมากที่จะได้มีโอกาสอย่างนี้แล้ว ไม่ตักตวงฉวยโอกาสด้วยการพิสูจน์ด้วยการนำเอาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไปปฏิบัติดูก็ถือว่าเสียชาติเกิด

เกิดมาแล้วไม่ได้รับประโยชน์ เหมือนกับได้เงินมาล้านหนึ่งแต่ไม่เอาไปใช้ทำอะไร เอาไปเก็บไว้เฉยๆ พอตายไปก็กลายเป็นสมบัติของคนอื่นไป อย่างนี้เรียกว่าไม่ได้รับประโยชน์จากเงินที่ได้รับมา ฉันใดการได้มาเกิดเป็นมนุษย์และได้พบกับพระพุทธศาสนา ก็เปรียบเหมือนกับการได้รับสิ่งที่วิเศษ สิ่งที่มีคุณค่ายิ่งกว่าเงินทอง เพราะสามารถเอาไปซื้อมรรคผลนิพพานได้ สามารถทำให้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ ไม่มีอะไรจะทำได้ นอกจากภพของมนุษย์ และพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ถ้าเราไม่ฉวยโอกาสนี้ปฏิบัติเราก็จะเสียโอกาสเสียชาติ   เกิด แล้วก็จะไม่มีใครที่จะมาช่วยเราได้ในยามที่เราจะต้องไปเกิดใหม่ จะต้องไปใช้บาปใช้กรรมในภพชาติต่างๆ อีก

แต่ในขณะนี้เราช่วยตัวเราได้ เราสามารถตัดภพตัดชาติตัดการเวียนว่ายตายเกิดได้ เราสามารถยุติการไปเกิดใน อบายได้ ไม่ต้องไปเกิดเป็นเดรัจฉานไม่ต้องไปตกนรกได้ ถ้าเรานำเอาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ โอกาสนี้อยู่ที่ตัวเราและ ไม่มีใครปฏิบัติแทนเราได้เราต้องเป็นผู้ปฏิบัติเท่านั้น.

ธรรมะในศาลา วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๐

“พิสูจน์ได้จากการปฏิบัติ”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต