ใจเป็นตัววัดผลของการปฏิบัติ

ใจเป็นตัววัดผลของการปฏิบัติ จะได้ผลมากน้อย อยู่ที่ใจนิ่งมากหรือนิ่งน้อย ถ้านิ่งมากก็ได้ผลมาก ถ้านิ่งน้อยก็ได้ผลน้อย ความจริงไม่มีอะไรที่ใจจะต้องตื่นเต้น ใจไปหลงเอง สิ่งต่างๆไม่มีความหมาย แต่ใจไปให้ความหมายเอง ว่าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ พอเปลี่ยนแปลงไป หรือสูญหายไป ใจก็หวั่นไหววุ่นวาย เพราะขาดธรรมะ แสงสว่าง ที่จะสอนใจให้รู้ทันความจริงทั้งหลายว่าเป็นไตรลักษณ์ ไตรลักษณ์นี่แหละเป็นปัญญาทางพระพุทธศาสนา ไม่ต้องศึกษากว้างขวาง ศึกษาไตรลักษณ์นี้ก็พอ เวลามองอะไรให้มองว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ถ้าเห็นได้อย่างปัจจุบันทันด่วน ใจก็จะไม่โลภไม่โกรธไม่หลง เพราะมีปัญญาคอยคุมไว้ จะสักแต่ว่า ได้ยินเสียงก็สักแต่ว่าได้ยิน ไม่เป็นสรรเสริญเป็นนินทา เห็นรูปก็สักแต่ว่ารูป ไม่เป็นมนุษย์เป็นเดรัจฉาน เป็นหญิงเป็นชาย แต่เป็นอาการ ๓๒ ผมขนเล็บฟันหนังเนื้อเอ็นกระดูกฯ เห็นว่าไม่เที่ยง เกิดมาแล้วต้องแก่ต้องเจ็บต้องตาย เป็นเพียงธาตุ ๔ ดินน้ำลมไฟ เป็นอนัตตา การเห็นธาตุ ๔ เป็นการเห็นอนัตตา การเห็นความแก่ความเจ็บความตายเป็นการเห็นอนิจจัง การเห็นความทุกข์ที่ตามมากับการไปหลงยึดติด กับสิ่งที่เป็นอนิจจังและอนัตตา เป็นการเห็นทุกขัง

ถ้าเห็นธาตุขันธ์คือร่างกายเป็นตัวเราของเรา ไม่เห็นว่าเป็นเพียงดินน้ำลมไฟ แสดงว่าไม่เห็นอนัตตา ถ้าไม่เห็นว่าร่างกายจะต้องแก่จะต้องเจ็บจะต้องตายเป็นธรรมดา ก็จะเกิดความทุกข์ขึ้นมา เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็เกิดความทุกข์ขึ้นมา เวลาจะตายก็เกิดความทุกข์ขึ้นมา เพราะความหลงที่ไปยึดไปติดว่าเป็นตัวเราของเรา และตัณหาความอยาก ที่อยากให้อยู่ไปนานๆ ไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตาย เพราะไม่เห็นอนิจจัง ไม่เห็นอนัตตา นี่คือปัญญาทางพระพุทธศาสนา ต้องเจริญอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก อย่างที่พระพุทธเจ้าทรงสอนพระอานนท์ ให้เจริญมรณานุสติทุกลมหายใจเข้าออก ถึงจะเป็นภาวนามยปัญญา เป็นปัญญาที่ใช้ประโยชน์ได้ คือควบคุมจิตให้นิ่งเป็นปกติ ไม่หวั่นไหวไม่หวาดกลัว กับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ เช่นร่างกายเป็นต้น การพิจารณาอย่างต่อเนื่อง เป็นการเจริญปัญญา ไม่ใช่เพียงแต่ว่ารู้แล้วก็พอ รู้ว่าแก่รู้ว่าต้องเจ็บต้องตายแล้ว ก็บอกว่าพอแล้ว แต่พอไปเจอของจริง เจอเหตุการณ์ที่ท้าทายกับความตายใจก็หวั่นไหว อย่างนี้แสดงว่าไม่พอ ถ้าพอแล้วจะต้องเฉย จะไม่รู้สึกอะไร.

กัณฑ์ที่ ๔๑๒ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ (จุลธรรมนำใจ ๒๑)

“ใจเป็นตัววัดผล”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต