ตรวจใจ

ไปตรวจร่างกายมา ไม่ตรวจใจบ้าง ตัวที่เป็นปัญหาไม่ใช่ร่างกายนะ ตัวที่เป็นปัญหาคือใจร่างกายมันไม่ปกติขึ้นมาใจก็ไม่ปกติแล้ว ต้องตรวจใจให้มันเป็นปกติไม่ว่าร่างกายจะเป็นปกติหรือไม่เป็นปกติใจต้องเป็นปกติถึงจะถูกเข้าใจไหม ถ้าใจไม่เป็นปกติก็ถือว่าผิดแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องปกติของร่างกายที่ต้องไม่เป็นปกติ แต่เป็นเรื่องของใจที่ต้องเป็นปกติ ถ้าใจไม่ปกติก็ถือว่าไม่ปกติ ใจต้องปกติส่วนร่างกายมันต้องไม่ปกติ อย่าไปจำผิดจำถูก
พวกเราไปจำผิดกันไปจำที่ร่างกายว่าต้องปกติ ใจต้องปกติถึงจะถูกร่างกายมันต้องไม่ปกติ ใจต้องเป็นปกติเสมอไม่ว่าร่างกายจะเป็นปกติหรือไม่เพราะว่ามันเป็นธรรมชาติของร่างกาย ที่จะไม่เป็นปกติ เดี๋ยวต่อไปมันก็ต้องเจ็บไข้ได้ป่วย เดี๋ยวไขมันก็ต้องขึ้น เดี๋ยวน้ำตาลก็ต้องขึ้น ความดันก็ต้องขึ้น ใจเป็นปกติแล้วไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าร่างกายเป็นปกติใจ ก็ไม่เป็นปกติเพราะกลัวว่าต่อไปมันจะไม่เป็นปกติ มันก็กลัวมันก็ไม่ปกติ แล้วมันจะไปปกติตอนไหน มันไม่มีเวลาปกติหรอกใจเรา เพราะตัวที่ทำให้ไม่ปกติมันไม่ถูกกำจัดไป

เรามากำจัดตัวที่มาก่อความไม่เป็นปกติของจิตของใจ ก็คือตัวความอยาก ตัวความหลง ถ้ากำจัดตัวความหลงความอยากได้ ใจก็จะเป็นปกติ หลงว่าร่างกายเป็นตัวเราของเราพอเป็นตัวเราของเรา ก็ต้องอยากให้มันเป็นปกติ ความจริงใจนี่ละเป็นตัวเราของเราต้องอยากให้ใจของเราเป็นปกติ การที่อยากจะให้ใจปกติก็ต้องปฏิบัติธรรม

วันพระมาอยู่วัดมาสร้างธรรมะที่จะมากำจัดตัวที่จะมาทำให้ใจของเราไม่ปกติ ตัวที่ทำให้ใจเราไม่เป็นปกติ ก็คือตัวความหลง ไปหลงไปคิดว่าร่างกายเป็นตัวเราของเรา สิ่งนั้นสิ่งนี้ คนนั้นคนนี้เป็นของเรา พอเกิดความหลงว่าเป็นของเราก็เกิดความอยากให้ของที่เป็นของเรานี้อยู่กับเราไปนานๆ อยากจะให้ดีไปนานๆไม่ให้เขาเป็นอะไร อยากให้คุณแม่ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย อยากให้คุณแม่หายแล้วมีคุณแม่คุณพ่อคนไหนที่หายบ้าง หายก็หายแบบไม่กลับเลย หายวับไปเลยหายกลายเป็นขี้เถ้าขี้ถ่านกลายเป็นเศษกระดูกไป ถึงเวลาท่านจะหายมันหายแบบนั้นนะ ร่างกายของเราก็เหมือนกันมันก็หายต่อให้กินยาวิเศษขนาดไหน เดี๋ยวมันก็หาย แต่มันไม่ได้หายแบบที่เราต้องการให้มันหาย แต่มันต้องหายใช่ไหม ก็เราต้องการให้มันหายไม่ใช่หรือ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยเราก็อยากจะให้มันหาย พอมันหายก็กลับไปเสียใจเสียอีก เวลาพ่อแม่ไม่สบายก็อยากให้หายพอหายแล้วกลับมาเสียใจ เวลาตายสบายไม่ต้องกินยาแล้ว ไม่ต้องไปหาหมอแล้ว ไม่ต้องไปตรวจเลือดแล้ว สบายจะตายไป ใจเราไม่สบายเพราะความหลง ไปหลงคิดว่าเขาเป็นเราเป็นของเราก็เลยเกิดความอยากให้เขาอยู่กับเราไปเรื่อยๆ พอเขาไม่อยู่เราก็ทุกข์ขึ้นมาใจก็ไม่เป็นปกติขึ้นมา

ถ้าเรามาแก้ความหลงด้วยการเอาความจริงมาสอนใจว่า ร่างกายนี้ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของพ่อของแม่ ไม่ใช่ของพี่ของน้อง ไม่ใช่ของใครทั้งนั้นไม่มีใครเป็นเจ้าของร่างกายของใคร เดี๋ยวมันก็ต้องแก่ต้องเจ็บต้องตายไป เราเป็นผู้มาอาศัยร่างกายอยู่ชั่วคราวอาศัยร่างกายใช้ทำอะไรต่างๆ แล้วเดี๋ยวสักวันหนึ่งก็ต้องเสียไป ก็ต้องหาร่างกายใหม่ก็ไม่เบื่อ หามาใหม่กี่ร่างก็ต้องมาแก่ มาเจ็บมาตายอยู่ซ้ำแล้วซ้ำอีก ถ้ารู้ว่าไม่มีอะไรเป็นของเราร่างกายไม่ใช่ของเรา เอามาแล้วมันทุกข์อย่าเอามาดีกว่า ต่อไปเราก็หยุด หยุดหาร่างกาย ตอนนี้เราต้องมีร่างกายเพราะอะไรเพราะเรายังอยากใช้ร่างกาย เหมือนกับเรามีคนใช้เพราะเรายังอยากใช้คนใช้อยู่ เราไม่อยากใช้ตัวเราเอง เราขี้เกียจทำงานก็เลยจ้างคนใช้มาทำงานให้เรา มากวาดบ้านถูบ้าน มาทำกับข้าว มาซักผ้ามาทำอะไรให้กับเราเพราะเรา ขี้เกียจไม่ชอบพึ่งตัวเอง พอเวลาคนใช้เขาลาออกไปหรือเขาไม่สบาย เราก็เดือดร้อนเพราะเราทำอะไรเองไม่เป็น ซักผ้าไม่เป็น กวาดบ้านไม่เป็น ทำกับข้าวไม่เป็นก็ต้องไปหาคนใช้ใหม่ พอคนใช้เก่าลาออกไปก็ต้องหาคนใช้ใหม่

ใจเราก็เหมือนกับเรานี่ ร่างกายก็เหมือนกับคนใช้ของใจ เราชอบใช้ร่างกายเหลือเกิน ชอบใช้ตาของมัน ชอบใช้หูของมัน ชอบใช้ลิ้นของมัน ชอบใช้จมูกของมัน ชอบใช้ร่างกายพาเรา ไปทำนู่นทำนี่ ดูนั่นดูนี่ กินนั่นกินนี่ ดื่มนั่นดื่มนี่ พอเวลาร่างกายมันขอลาไปเราก็เดือดร้อนไม่มีใครจะมาหาสิ่งที่เราต้องการให้กับเราได้ แล้วพอร่างกายตายไปก็ต้องไปหาร่างกายใหม่ไปหาคนใช้คนใหม่ ก็ไปเกิดใหม่

พระพุทธเจ้าวิเคราะห์แล้วก็เห็นว่านี่แหละความอยากของเรา อยากใช้คนอื่นไม่อยากใช้ตัวเอง ขี้เกียจ ท่านถึงบอกว่า อัตตาหิ อัตโนนาโถ ให้ใช้ตัวเราเองอย่าไปใช้คนอื่น อย่าไปใช้ร่างกาย ให้ใช้ตัวเราให้ใช้ร่างกายนี่แหละ ทำใจให้สงบใจสงบแล้วใจไม่ต้องใช้ใคร เวลาใจสงบนี่ใจมีความสุขมากกว่าใจได้ใช้ร่างกาย พาไปดูไปฟังไปกินไปดื่ม แล้วก็ไม่ต้องใช้ร่างกายอีกต่อไป เพราะใจมีความสงบแล้วความอยากไม่มี ความอยากดู อยากฟัง อยากเที่ยว อยากเล่น อยากรับประทานไม่มี อยากจะอยู่เฉยๆอยากไม่มีร่างกายเพราะเบื่อต้องคอยเลี้ยงดูมัน.

ธรรมะบนเขา วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ (สนทนาธรรม)

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต